25 August 2026

เมื่อไม่นานมานี้ Nintendo ประกาศผลการดำเนินงานล่าสุดออกมาและมีความน่าสนใจที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 54% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ายอดขายเครื่องเล่นเกมรุ่นใหม่อย่าง Switch 2 จะชะลอตัวลงจากจากไตรมาสก่อนหน้า แต่สิ่งที่ทำให้กำไรของนินเทนโด้เพิ่มขึ้นคือยอดขายซอฟแวร์ รายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ IP (Intellectual Property หรือตัวคาแรคเตอร์) และความสำเร็จจากภาพยนตร์ The Super Mario Galaxy Movie

แหล่งรายได้ใหม่ๆ ของนินเทนโด้สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ของนินเทนโด้ ที่ในอดีตกลยุทธ์ของนินเทนโด้จะใช้ตัวละครและ IP เพื่อทำให้คนซื้อเครื่องเล่นเกม ซึ่งเมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วเครื่องเล่นเกมของนินเทนโด้ไม่ได้ก้าวล้ำหรือภาพสมจริงที่สุด แต่เน้นรูปแบบ วิธีการเล่น และเอกลักษณ์ที่พิเศษของตัวละครของนินเทนโด้ คนที่อยากเล่น Mario หรือ Zelda หรือ Pokemon จะต้องซื้อเครื่องเล่นเกมของนินเทนโด้

อย่างไรก็ดีกลยุทธ์ดังกล่าวก็ประสบปัญหาคือ ความสำเร็จของนินเทนโด้ผูกกับเครื่องเล่นเกมมากเกินไป หลังจากความสำเร็จของ Wii ที่ขายได้มากกว่า 100 ล้านเครื่อง นินเทนโด้กลับประสบปัญหากับเครื่องรุ่นต่อมาคือ Wii U ที่ขายได้เพียง 13 ล้านเครื่อง และทำให้นำไปสู่การขาดทุนจากการดำเนินงาน นอกจากนี้ในช่วงดังกล่าวโทรศัพท์มือถือก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้นและเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ทำให้คู่แข่งขันของนินเทนโด้ไม่ได้มีเพียงเฉพาะผู้ผลิตเครื่องเล่นเกมเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้นินเทนโด้ต้องกลับมาทบทวนกลยุทธ์ของตนเองใหม่

ในปี 2015 Nintendo ประกาศถึงกลยุทธ์ใหม่อย่างชัดเจน บริษัทเริ่มพูดถึงการ “Maximize the value of Nintendo IP” หรือการเพิ่มคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท โดยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในเกมอีกต่อไป  นินเทนโดย เริ่มขยาย IP ไปสู่ เกมบนมือถือ ภาพยนตร์ สวนสนุก สินค้า การ Licensing รวมทั้งการสร้างประสบการณ์ต่างๆ ซึ่งแสดงถึงวิธีการในการคิดและกลยุทธ์ที่เปลี่ยนไป จากอดีตนินเทนโด้มอง IP เป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนการขายเครื่องเล่นเกม แต่ปัจจุบันนินเทนโด้มอง IP เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญทางด้านกลยุทธ์ที่สามารถต่อยอดและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้ในหลายรูปแบบ

ภาพยนตร์ Super Mario Bros และ The Super Mario Galaxy Movie เป็นตัวอย่างที่ดี เพราะภาพยนตร์ไม่ได้เพียงรายได้ที่ดีเท่านั้น แต่ยังทำให้คนรู้จักและรักในตัว IP ของนินเทนโด้มากขึ้น หรือบางครอบครัวอาจจะไปเที่ยวสวนสนุก Super Nintendo World ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อเครื่อง Switch หรือ นักสะสมบางคนอาจซื้อสินค้าของ Mario แม้จะไม่ได้เล่นเกม

ซึ่งทั้งหมดนี้สร้างโอกาสให้นินเทนโด้เพิ่มฐานแฟนคลับในระยะยาว โดยทางนินเทนโด้ได้ตั้งเป้าหมายของบริษัทไว้ว่าคือการเพิ่มจำนวนคนที่เข้าถึง IP ของนินเทนโด้ และการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค ซึ่งกลยุทธ์ใหม่นี้ไม่ใช่นินเทนโด้เลิกมุ่งเน้นธุรกิจเกม แต่เป็นการทำให้ธุรกิจเกมแข็งแรงขึ้นด้วยรูปแบบและวิธีการใหม่

อย่างไรก็ดีกลยุทธ์ใหม่นี้ก็มีความท้าทาย เช่น การที่นินเทนโด้จะต้องรักษาความสมดุลระหว่างการเข้าถึงง่ายกับความพิเศษของ IP ลองคิดดูว่าถ้า Mario ไปอยู่ในทุกที่มากเกินไป คุณค่าของ Mario ก็อาจจะลดลงได้ ขณะที่นินเทนโด้ ต้องไม่หลงไปกับการปล่อย IP ให้เป็นเพียง Licensing เพราะหัวใจสำคัญของนินเทนโด้คือการสร้างประสบการณ์และความประทับใจให้กับผู้บริโภค สมดัง Purpose ที่นินเทนโด้ได้กำหนดไว้ว่าเป็น To create smiles through entertainment

บทเรียนที่น่าสนใจจากกรณีของนินเทนโด้ คือการเติบโตไม่จำเป็นต้องมาจากการสร้างสิ่งใหม่ทั้งหมด แต่เติบโตจากสิ่งที่มีอยู่เดิมด้วยมุมมองใหม่ นินเทนโด้ค้นพบว่า Mario, Zelda หรือ Pokemon สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่คิด ลองคิดและค้นหาดูครับว่าสิ่งที่ธุรกิจมีอยู่แล้ว จะสามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าที่เป็นอยู่ได้อย่งไร