Management Bibliotheca

รวมข้อเขียนของ พสุ เดชะรินทร์

เกี่ยวกับเพจนี้

ผมมีความตั้งใจและความอยากที่จะมีแหล่งรวบรวมงานเขียน (รวมทั้งผลงานอื่นๆ) ไว้ซักแห่งหนึ่งมานานแล้ว และวัตถุประสงค์ของการมีแหล่งรวบรวม ก็ไม่ใช่เพื่อประชาสัมพันธ์ใดๆ แต่ทั้งเพื่ออยากจะมีแหล่งที่ตนเองสามารถจะย้อนกลับไปอ่านงานเก่าๆ ของตนเองได้ (กรณีที่ฮาร์ดดิสก์ท่ี backup ไฟล์พัง) รวมทั้งคิดว่างานของตนเองน่าจะพอเป็นประโยชน์กับคนอื่นๆ ได้บ้าง

จริงๆ ก็ตัวเองก็เคยมีเว็บเพจมาก่อนหน้านี้สองครั้ง ครั้งแรกเขียนขึ้นเองตั้งแต่สมัย Netscape ยังอยู่ (ถ้าใครไม่ทันก็ลองเสิร์ชดูนะครับ) ตอนนั้นจำได้ว่าเขียนภาษา html แบบงูๆ ปลาๆ มาก อีกครั้งหนึ่งก็จ้างลูกศิษย์ช่วยสร้างและช่วยดูแลให้ ทั้งสองครั้งก็ต่างใช้ชื่อ pasuonline ทั้งสองครั้ง (แต่คุ้นๆ ว่าจะเป็น .net)

มาครั้งนี้ก็เลยลองทำด้วยตัวเองอีกครั้ง และด้วยความช่วยเหลือของ Word Press ก็คิดว่าทำออกมาได้ไม่เลว (ไม่เลวคือทำให้ขึ้นมาได้) เริ่มตั้งใจทำครั้งแรกในปี 2018 แล้วหลังจากนั้นก็มีการ update เป็นครั้งๆ (เมื่อใจระลึกถึง) แล้วมา update พร้อมทั้งเปลี่ยนหน้าตาครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม 2021 ที่กักตัวอยู่กับบ้านเนื่องจากโควิด19

เพจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมงานเขียนทั้งหมดของผม (ที่ผมหาได้) มาไว้ในแหล่งเดียวกัน ซึ่งผมก็เริ่มเขียนกึ่งๆ และเชิงวิชาการ มาตั้งแต่ก่อนปี 2000 เรื่อยมา ผมเองไม่ได้ดัดแปลงหรือแก้ไขงานเขียนใดๆ ดังนั้นในหลายๆ บทความก็จะเป็นเรื่องโบราณ รวมทั้งอาจจะมีเรื่องประชาสัมพันธ์ติดมาด้วย

ผมพยายามแบ่งหรือ categorized งานเขียนตามสาขาวิชาต่างๆ รวมทั้งปีต่างๆ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา (ของตัวเอง) ขณะเดียวกันในแต่ละบทความผมก็จะเขียนวันที่เขียนบทความนั้นไว้ด้วย เพื่อให้ผู้อ่านทราบว่าบทความนั้นเขียนขึ้นเมื่อใด

บางท่านอาจจะสงสัยถึงชื่อของเพจนี้ ว่าทำไมตั้งว่า Management Bibliotheca? เหตุผลคือตัวเองเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็ก จำได้ว่าสมัยเด็กๆ ก็มีโอกาสไปฝังตัวอยู่ในห้องสมุดที่ต่างๆ อยู่เป็นประจำ พอโตขึ้นก็เริ่มซื้อและสะสมหนังสือเป็นของตัวเองมากขึ้น ดังนั้นจึงมีความฝังใจและชอบกับห้องสมุดเป็นพิเศษ ถ้ามีโอกาสไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในต่างประเทศก็มักจะไปเยี่ยมชมห้องสมุดเขาด้วย ยิ่งถ้าเป็นห้องสมุดเก่าๆ ที่มีกลิ่นหนังสือโบราณอยู่ยิ่งชอบและชวนให้ระลึกถึงความหลัง จำได้ว่ามีโอกาสไปหอสมุดของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในต่างประเทศและแทนที่เขาจะใช้คำว่า Library ธรรมดา ก็ใช้คำว่า Bibliotheca แทน

กลับมาค้นหาความหมายของ Bibliotheca ก็พบว่า ‘a collection of books’ หรือ ‘a list of books’ ดังนั้นเมื่อมีโอกาสรวบรวมงานเขียนต่างๆ ของตัวเองขึ้นมา (ถึงแม้จะเป็นบทความสั้นๆ ไม่ถึงขั้นเป็นหนังสือ) ก็เลยอยากจะใช้คำที่ติดใจมานานนี้……..ก็เท่านั้นเองครับ

%d bloggers like this: