2 April 2010

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอข้อความสำคัญที่ Jeff Immelt ซีอีโอของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างจีอีได้เขียนไว้ในหนังสือรายงานประจำปีเมื่อปีที่แล้ว ที่จีอีแจกจ่ายให้กับบรรดาผู้ถือหุ้น โดยถ้อยแถลงของ Immelt ในฐานะผู้บริหารสูงสุดของบริษัทนั้นแสดงให้เห็นถึงทิศทางและกลยุทธ์ของจีอี ทั้งในช่วงที่ต้องฟันฝ่าภาวะวิกฤตเมื่อปีที่ผ่านมา และกลยุทธ์ที่จีอีจะมุ่งเน้นในปีนี้และปีต่อๆ ไป ในหนังสือถ้อยแถลงของ Immelt นั้น ได้มีการนำเสนอ GE Renewable Model ซึ่งเป็นตัวกรอบความคิดของ GE ที่เป็นภาพที่แสดงถึงแนวทางในการดำเนินงานของจีอีในอนาคต โดยในสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ GE Renewable Model ไว้ในเบื้องต้น และจะขอนำเสนอรายละเอียดต่อในสัปดาห์นี้ เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับองค์กรในการปรับใช้นะครับ

ใน GE Renewable Model นั้น สิ่งที่ GE มองว่าตนเองเป็นบริษัทที่เน้นนวัตกรรมในด้านเทคโนโลยีและการบริการ ที่สามารถนำนวัตกรรมเหล่านั้น มาใช้ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สำคัญของสังคมและโลก อีกทั้งการดำเนินการของ GE ยังจะนำไปสู่การเติบโตของรายได้และกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อก่อให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ใน GE Renewable Model นั้นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยครับว่า GE จะมีธุรกิจหลักๆ อยู่สองประการคือ ธุรกิจด้านการเงิน และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี (Infrastructure Technology) ซึ่งจีอีก็ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าสัดส่วนของความมุ่งเน้นนั้น จะมุ่งและให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยี จีอีเขาประกาศไว้เลยนะครับว่าเขาเป็น ‘The World’s Best Infrastructure Company’ มุ่งเน้นในด้านพลังงาน สาธารณสุข การบิน การขนส่ง น้ำ และสินค้าอุปโภคบริโภค จีอีจะพยายามใช้ความสามารถทางด้านนวัตกรรมของตนเองในการกระจายไปให้เกิดประโยชน์ในหลายอุตสาหกรรม

สำหรับกลไกในการขับเคลื่อนการเติบโตของจีอีนั้น จีอีจะลงทุนในธุรกิจที่ก่อให้เกิดการเติบโตของกำไร (Investing in profitable growth) ซึ่งจีอีจะให้ความสำคัญกับการเติบโตจากภายใน หรือ Organic Growth ในปีนี้ทางจีอีวางแผนไว้ว่าจะมีการลงทุนในด้านวิจัยและพัฒนาร้อยละ 5 ของรายได้จากภาคอุตสาหกรรม จีอีมุ่งเน้นในการพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ โดยนำเสนอแนวทางในการบริหารรูปแบบใหม่ๆ เพื่อเกาะกุมโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ซึ่งแนวทางในการบริหารหนึ่งที่จีอีพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้เป็นกลไกในการขับเคลื่อนนวัตกรรมก็คือเรื่องของ Reverse Innovation ซึ่งเป็นการพัฒนานวัตกรรมจากประเทศที่กำลังหรือด้อยพัฒนา เพื่อนำมาปรับใช้ในประเทศที่พัฒนาแล้ว (ได้เคยนำเสนอผ่านทางบทความนี้ไปแล้วครับ) ซึ่งผลจากกลยุทธ์ Reverse Innovation นั้นทำให้จีอีสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วยต้นทุนที่ต่ำและมีส่วนต่างของกำไรที่สูง

กลไกการเติบโตประการที่สองนั้นคือการหาทางในการแก้ไขปัญหาทางสังคมโดยใช้กลไกหรือทางออกของตลาด (Creating market solutions to tough societal problems) ซึ่งทางจีอีเขามีแนวคิดริเริ่มที่ชื่อเก๋ๆ อยู่สองเรื่องครับคือ ecomagination และ healthymagination ซึ่งก็จะเป็นเรื่อง ของการพัฒนาสินค้าต่างๆ ที่มุ่งเน้นในเรื่องของการประหยัดพลังงาน และการคิดค้นเครื่องมือใน การดูแลรักษาสุขภาพในราคาที่ไม่แพง สำหรับกลไกในการเติบโตประการที่สามได้แก่การมีทีมงานที่ทั้งเต็มไปด้วยพลังและความน่าเชื่อถือ โดย Immelt ให้ความเห็นไว้ว่าสำหรับการฟันฝ่า ช่วงวิกฤตนั้น ความท้าทายที่สำคัญก็คือการทำให้ทีมงานนั้นอยู่กับสิ่งที่เป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน และมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับอนาคต

กฎ กติกาในการแข่งขันและดำเนินงานที่มีมาก่อนช่วงวิกฤตนั้นเขาให้ถือว่าไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปครับ ความท้าทายใหม่ๆ ที่จะต้องเผชิญภายหลังการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะเป็นเรื่องของการเติบโตของตลาดใหม่ การทำงานร่วมกับรัฐบาลของประเทศต่างๆ และการปรับตัวให้เข้ากับความอ่อนไหวทางเศรษฐกิจ จีอีมองว่าพัฒนาการของผู้นำในระดับต่างๆ ถือเป็นจุดแข็งของจีอี โดยผู้นำในระดับต่างๆ ของจีอีนั้นจะเรียนรู้ทั้งจากความสำเร็จและความล้มเหลวในอดีต และประสบการณ์เหล่านั้นก็กลายเป็นบทเรียนที่จีอีใช้สำหรับการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ต่อไป 

ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาผู้นำก็คือจีอีมองว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการพัฒนาผู้นำคือการเรียนรู้จากผู้อื่น ดังนั้นผู้นำในระดับต่างๆ ของจีอีจะถูกส่งไปเรียนรู้จากสถาบันชั้นนำต่างๆ ทั่วโลก สิ่งที่จีอีได้เรียนรู้และให้คำแนะนำต่อบรรดาผู้นำของเขานั้นมีหลายประเด็นที่น่าสนใจด้วยกันครับ ได้แก่ ผู้นำต้องเป็นผู้ฟังที่ดี จะต้องคุ้นชินกับความไม่แน่นอน ต้องจูงใจและนำด้วยการทำตัวเป็นตัวอย่างและวิสัยทัศน์ที่ดี จะต้องพัฒนาด้วยความสามารถและความเร็ว และ จะต้องให้ความเคารพต่อทั้งบุคคลและให้ความสำคัญต่อสังคม

สิ่งที่จีอีทำนั้นหลายครั้งได้พัฒนาจนกลายเป็นหลักการที่สำคัญทางด้านการจัดการ ซึ่งบริษัทอื่นๆ ก็เรียนรู้จากจีอี ดังนั้นท่านผู้อ่านก็ลองดูเจ้า GE Renewable Model นะครับ และถ้าสนใจเพิ่มเติมอาจจะลองหาอ่านจากรายงานประจำปีของ GE