10 August 2008

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา ทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ร่วมกับสมาคมนิสิตเก่าของคณะฯ ได้ร่วมกันจัดสัมมนาวิชาการเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของการก่อตั้งคณะ โดยในงานดังกล่าวมีทั้งศิษย์เก่าของคณะที่มีชื่อเสียง และคณาจารย์มาให้ความรู้และนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านการบริหาร ซึ่งผมก็มีโอกาสได้พูดด้วยครับ โดยหัวข้อที่ผมรับผิดชอบนั้นคือเรื่องกลยุทธ์หนึ่งไม่มีสองด้วยสมองข้างขวา โดยในช่วงแรกเป็นการพูดคุยระหว่างผมกับคุณวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเมเจอร์ ซินีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นศิษย์เก่าของที่คณะ ดังนั้นในสัปดาห์นี้เลยขอนำเนื้อหาที่น่าสนใจจากการพูดคุยกับคุณวิชา มานำเสนอท่านผู้อ่านกันนะครับ

            เนื่องจากหัวข้อหลักเป็นเรื่องกลยุทธ์จากสมองข้างขวา ดังนั้นคุณวิชา ก็เริ่มจากการชี้ให้เห็นครับว่า ทางเมเจอร์ฯ นั้นก็ได้นำหลักการหรือวิธีคิดจากสมองข้างขวามาใช้ในการออกแบบโรงภาพยนตร์ในเครือให้แตกต่างจากที่อื่น โดยเปรียบเทียบระหว่างโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ กับของต่างประเทศแล้วจะพบว่า โรงหนังของเครือเมเจอร์ฯ นั้นได้ผสมผสานเรื่องของการออกแบบ การตกแต่ง ฯลฯ ผสมผสานเข้ากับโรงหนังของตนเอง ซึ่งโรงหนังในต่างประเทศนั้น เขาจะไม่เน้นเรื่องของการออกแบบและตกแต่งเท่ากับของไทย นอกจากนั้นคุณวิชา ยังได้ให้ข้อสังเกตที่น่าสนใจด้วยครับว่า จริงๆ แล้วเราควรจะต้องใช้สมองทั้งสองข้างกับเรื่องของกลยุทธ์ โดยสมองข้างขวานั้นใช้สำหรับการคิดกลยุทธ์ และสมองข้างซ้ายนั้นใช้สำหรับการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ

            ถ้าเราพิจารณาธุรกิจโรงหนัง เราก็จะมองว่าโรงหนังก็คือโรงหนัง แต่พอได้คุยและฟังคุณวิชา ในงานสัมมนานี้แล้ว ทำให้พบว่าโรงภาพยนตร์ของเครือเมเจอร์ฯ นั้นได้ผสมผสานเรื่องของความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเข้าไปด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างองค์กรให้มุ่งเน้นในเรื่องของนวัตกรรม โดยทราบจากคุณวิชาว่าที่เมเจอร์ฯ นั้น จะมีวัฒนธรรมในการทำงานที่เปิดกว้างสำหรับโอกาสใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นองค์กรที่กล้าที่จะลองผิดลองถูก เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกันการลองผิดลองถูกนั้น ก็ไม่ใช่ลองผิดลองถูกแบบมั่วๆ ไปเรื่อยครับ แต่ทางบริษัทจะมีการถามและเก็บข้อมูลต่างๆ เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทดลองต่างๆ

            นอกจากนี้พอคุยกับคุณวิชาก็ทำให้ยืนยันความเชื่อเดิมที่ว่าการที่องค์กรใดจะเน้นเรื่องของนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ได้นั้น จะต้องเริ่มต้นจากตัวผู้บริหารสูงสุดก่อนครับ จากที่คุยกันทำให้ทราบว่าคุณวิชา เองก็เป็นคนที่ไม่หยุดนิ่ง และเป็นผู้ที่มีความเชื่อเรื่องว่าความคิดหรือสิ่งใหม่ๆ นั้นควรจะมาจากประสบการณ์ การได้เห็น การได้สังเกตในสิ่งใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เข้ากับสิ่งที่บริษัททำอยู่ คุณวิชา เล่าว่าจะเป็นคนที่ชอบเดินทางไปตามที่ต่างๆ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ และสังเกตในสิ่งต่างๆ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับบริษัท เวลาไปไหนจะมีกล้องถ่ายรูปเล็กๆ ติดตัวไปด้วย เวลาไปเจอสิ่งที่น่าสนใจก็จะถ่ายรูปเก็บไว้ พอกลับมาที่ทำงานก็พริ้นต์ออกมาแล้วส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งเขียนความคิดเห็นของตนเองไปด้วยว่าจะนำมาปรับใช้กับของเมเจอร์ฯ ได้อย่างไรบ้าง

            ข้อสังเกตอีกประการที่สอดคล้องกับแนวคิดเรื่องของสมองข้างขวาก็คือ ถึงแม้ว่าคุณวิชาจะจบทางด้านการเงินมาจากที่คณะบัญชี จุฬาฯ แต่เมื่อทำงานแล้ว คุณวิชากลับเป็นผู้ที่ชอบไปพูดคุยกับพวกสถาปนิก และดูสถาปัตยกรรมต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อคิดเห็นและแนวคิดดีๆ ในเรื่องของการออกแบบ นอกจากนี้ปัจจุบันเวลาไปดูงานต่างประเทศ ทางคุณวิชา เองกลับไม่ได้มุ่งเน้นที่จะดูงานแต่ที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์เป็นหลักแล้ว แต่กลับพยายามไปสังเกตและเรียนรู้จากธุรกิจหรืออุตสาหกรรมอื่น เช่น โรงแรม หรือ สายการบิน และนำสิ่งดีๆ จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นมาปรับใช้กับธุรกิจโรงภาพยนตร์ของตนเอง

            นอกจากนี้พอสอบถามถึงกลุ่มลูกค้าหลักของโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน พบว่าร้อยละ 80 เป็นคนโสด และมีอายุระหว่าง 18 – 30 ปี ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าสนใจครับ เนื่องจากถ้าเป็นในโลกตะวันตกนั้น ลูกค้าส่วนใหญ่ จะเป็นกลุ่มที่มีอายุขึ้นมาหน่อย แต่ของเมืองไทยกลับกลายเป็นคนโสดและยังอยู่ในช่วงวัย รุ่นหรือวัยเริ่มต้นทำงาน

            ซึ่งก็ได้สอบถามไปเหมือนกันครับว่าทางเมเจอร์ได้มีกลยุทธ์ที่จะดึงคนที่ไม่ใช่ลูกค้า หรือ Non-Customers (ตามหลัก Blue Ocean Strategy) ได้อย่างไร? ซึ่งคุณวิชาก็เล่าให้ฟังว่า จะมีการจัดกิจกรรมเนื่องในวาระและโอกาสต่างๆ เพื่อดึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่ลูกค้า หรือ Non-Customers เข้ามาเป็นลูกค้า เช่น ในช่วงวันแม่ อาจจะมีการจัดกิจกรรมที่จะให้ลูกๆ อุ้มแม่มาดูหนัง อย่างไรก็ดีในความเห็นของผมยังคิดว่ากิจกรรมเหล่านี้ยังเป็นกิจกรรมระยะสั้น สิ่งที่บริษัทน่าจะคิดต่อคือทำอย่างไรถึงจะดึงพวกที่ไม่ใช่ลูกค้า เช่น คุณแม่บ้านที่ชอบดูหนังซีรี่ส์เกาหลีอยู่กับบ้านมาเข้าโรงภาพยนต์ให้ได้

            สุดท้ายก่อนจากคุณวิชาก็ได้ฝากไว้อีกครับว่าที่เมเจอร์นั้น เขาใช้นวัตกรรมเพื่อนำไปสู่ความแตกต่าง ครับ

            ทางคณะและสมาคมศิษย์เก่าจะจัดงานสัมมนาวิชาการในลักษณะนี้อีกครั้งครับในวันที่ 30 ตุลาคม 2551 ครับ คราวนี้ศิษย์เก่าที่จะมาพูดประกอบด้วยคุณภัทรียา เบญจพลชัย จากตลาดหลักทรัพย์ฯ คุณชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ จากธนาคารนครหลวงไทย และคุณวิสิฐ ตันติสุนทร จากกบข. ครับ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจก็เข้าไปดูข้อมูลได้จาก www.acc.chula.ac.th ครับ