19 July 2003

ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อวันอังคารที่แล้วได้ลงพาดหัวผลการสำรวจผู้บริหารในประเทศไทยถึงแนวทางบริหารจัดการและ ได้มีการสอบถามต่อถึงแนวคิดหรือหลักการบริหารที่ได้นำมาใช้ ปรากฎว่าร้อยละ 66.30 ได้มีการนำหลักของบรรษัทภิบาล (Good Governance) มาใช้ซึ่งถือว่ามากที่สุด ตามมาด้วย Balanced Scorecard (BSC) และ ISO9000 ที่มีคะแนนเท่ากันคือร้อยละ 42.60 นอกจากนี้ยังได้ลงบทสัมภาษณ์ของผู้บริหารในหลายองค์กรไม่ว่าจะเป็นเครือเจริญโภคภัณฑ์หรือธนาคารกสิกรไทยที่ระบุว่าได้นำทั้งหลักของ Good Governance และ BSCมาใช้ร่วมกัน หรือที่ผมทราบมาล่าสุดทางคณะกรรมการด้านบรรษัทภิบาลของการบินไทยก็ได้ประการให้ทุกหน่วยของการบินไทยนำหลัก BSC มาใช้ควบคู่กับ Good Governance จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้ต้องกลับมาย้อนถามตัวเองอีกครั้งหนึ่งว่า BSC สามารถที่จะใช้ควบคู่กับGood Governance ได้จริงหรือไม่ และจะใช้ได้อย่างไร

ผมเองเคยเขียนบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง BSC กับ Good Governance มาแล้วครั้งหนึ่งผ่านทางคอมลัภ์นี้ โดยในครั้งนั้นได้ยกตัวอย่างกรณีของ Certified Management Accountants of Canada (CMA Canada) ที่ได้ประกาศให้นำ BSC มาใช้ร่วมกับแนวคิดของGood Governance ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงอยากจะนำเสนอความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดที่กำลังได้รับความนิยมทั้งสองประการในอีกแง่มุมหนึ่ง

ก่อนที่จะพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่าง BSC กับ Good Governance นั้น ควรจะต้องพิจารณาหลักการและแนวคิดของ Good Governance กันเสียก่อน ความตื่นตัวในเรื่องของ Good Governance เกิดขึ้นเนื่องจากในระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมาองค์กรธุรกิจจำนวนมากประสบกับปัญหาในการดำเนินงานเนื่องจากความไม่ซื่อสัตย์หรือไม่โปร่งใสในการบริหารของผู้บริหารระดับสูง  ในประเทศไทยเองก็ได้มีการกล่าวโทษว่าความไม่โปร่งใสเป็นสาเหตุหนึ่งที่นำไปสู่วิกฤตทางการเศรษฐกิจเมื่อหกปีที่ผ่านมา ทำให้ในปัจจุบันผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชนต่างหันมาให้ความสำคัญกับการเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสในการบริหารมากขึ้น

นอกเหนือจากในเรื่องของความโปร่งใสและการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ แล้ว ผมเองมีความคิดเห็นว่าหลักของ Good Governance น่าที่จะครอบคลุมกับที่ผู้บริหารในระดับต่างๆ ได้ปฏิบัติหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่ตัวเองควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการบริหารบริษัท หรือผู้บริหารในระดับต่างๆ ทุกคนต่างมีขอบเขตหน้าที่ของตนเอง โดยเฉพาะหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกลยุทธ์ขององค์กร ซึ่งถ้าแต่ละคนปฎิบัติตามขอบเขตหน้าที่ของตนเองอย่างแท้จริงและเต็มความสามารถก็ย่อมจะเป็นหนทางหนึ่งที่จะนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

ภายใต้หลักของ Good Governance นั้นบทบาทของคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก ในอดีตเราอาจจะมองว่าคณะกรรมการบริษัทเป็นเพียงแค่ตรายางที่ใช้ในการอนุมัติ หรือในบางองค์กรคณะกรรมการบริษัทก็ทำหน้าที่ลงไปล้วงลูกในการบริหารมากเกินไป แต่ปัจจุบันเราจะต้องมองบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเสียใหม่ เราพอจะแบ่งหน้าที่หลักๆ ของคณะกรรมบริษัทในด้านที่เกี่ยวข้องกับกลยุทธ์ ออกได้เป็นสามประการ ประกอบด้วย

  1. การเป็นอนุมัติต่อทิศทางกลยุทธ์ของบริษัท (Strategic Direction) ซึ่งการที่จะทำหน้าที่นี้ได้คณะกรรมการบริษัทจะต้องเป็นผู้ที่มีความรอบรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทและสภาพแวดล้อมในการแข่งขันพอสมควร อย่างไรก็ดีสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับหลายๆ บริษัทก็คือการที่กรรมการบริษัทมักจะทราบแต่ผลประกอบการด้านการเงินของบริษัท แต่ขาดความรู้ ความเข้าใจต่อปัจจัยทางกลยุทธ์อื่นๆ ของบริษัท
  2. การทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้บริหารสูงสุดของบริษัท กรรมการบริษัทมักจะได้รับการคัดเลือกเนื่องจากความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ และการประชุมคณะกรรมการบริหารก็ควรจะเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้บริหารสูงสุดจะใช้ในการขอรับคำปรึกษาในด้านต่างๆ จากกรรมการบริษัท แต่ในความเป็นจริงปรากฎว่าการประชุมคณะกรรมการบริษัทจำนวนมากที่ยังเป็นเพียงแค่เวทีสำหรับการอนุมัติงานต่างๆ เท่านั้น แต่ไม่ได้เป็นเวทีให้ผู้บริหารและกรรมการบริษัทมาปรึกษาหารือถึงกลยุทธ์และทิศทางที่สำคัญของบริษัท
  3. คณะกรรมการบริษัทจะต้องทำหน้าที่ในการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่จะมาเป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัท และในขณะเดียวกันก็ต้องทำหน้าที่ในการประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงเหล่านั้น ซึ่งปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นก็คือการขาดระบบที่ดีในการประเมินผลการดำเนินงานที่แท้จริงของผู้บริหาร

สัปดาห์นี้ผมขอค้างไว้แค่หน้าที่ทางด้านกลยุทธ์ที่คณะกรรมการบริษัทควรจะต้องจัดทำก่อนนะครับ ในสัปดาห์หน้าเราจะมาดูกันต่อว่า BSC จะเข้ามาช่วยเสริมตรงนี้ได้อย่างไร 

อย่าลืมนะครับว่าวันเสาร์ที่จะถึงนี้ Prof. Patrick Georges ผู้ที่คิดค้นแนวคิดในเรื่องของManagement Cockpit จะมาบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ Management Cockpit and the ‘War Room for Business’ ในโอกาสที่หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬา ได้ก่อตั้งมาครบ 12 ปี ถ้าท่านผู้อ่านสนใจสามารถโทรศัพท์ไปสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 02-218-5715-6 แล้วเจอกันในวันนั้นนะครับ