24 March 2026

ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เขียนถึงความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่นขององค์กร แต่ในความเป็นจริงแล้วองค์กรไม่ได้ปรับตัวและยืดหยุ่นด้วยตนเอง คนในองค์กรคือผู้ที่ต้องปรับตัวและยืดหยุ่น เมื่อคนมีสมรรถนะเหล่านี้ องค์กรก็จะมีโอกาสที่จะมีความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่นด้วย นอกจากนี้การดำรงชีวิตในปัจจุบันท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นถ้าคนขาดความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่น ก็ยากที่จะปรับตัวได้ทัน

มีข้อมูลจากการสำรวจที่ระบุว่า ความสามารถในการปรับตัวคือทักษะอันดับหนึ่งในโลก ท่ามกลางการเติบโตของ AI และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล งานวิจัยจาก McKinsey Health Institute พบว่าบุคคลที่มีทั้งความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวในระดับสูง จะมีสุขภาวะโดยรวมและความผูกพันกับงานที่ดีกว่าเพื่อนร่วมงาน อย่างไรก็ดีมีงานวิจัยที่พบว่าการปรับตัวและความยืดหยุ่นไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นทักษะที่สามารถเรียนรู้ พัฒนา และฝึกฝนได้โดยทุกคน ไม่ว่าจะอายุเท่าไร อยู่ในตำแหน่งอะไร หรืออยู่ในบริบทชีวิตแบบไหนก็ตาม

อย่างไรก็ดีต้องยอมรับว่าธรรมชาติของมนุษย์จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับความไม่แน่นอน โดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ชอบความสงบเรียบร้อย สามารถคาดเดาได้ และควบคุมได้ คนจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวาย ความไม่แน่นอน และการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นการจะเอาชนะธรรมชาตินี้ต้องอาศัยความพยายามอย่างมีสติและตั้งใจ ไม่ใช่แค่การบอกตัวเองให้ยืดหยุ่นกว่านี้ หรือ ปรับตัวได้มากกว่านี้เท่านั้น 6 แนวทางในการปฏิบัติเพื่อพัฒนาความสามารถในการปรับตัวและยืดหยุ่นของคนประกอบไปด้วย 

1. พัฒนาความยืดหยุ่นในการคิดหรือ Cognitive Flexibility คือความสามารถในการเปลี่ยนวิธีคิดเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยเปิดรับมุมมองที่หลากหลาย และค้นหาทางออกที่สร้างสรรค์เมื่อวิธีเดิมใช้ไม่ได้อีกต่อไป วิธีพัฒนาทักษะนี้คือการฝึกตั้งคำถามต่อสมมติฐานของตัวเองเป็นประจำ ยอมรับว่าตนเองไม่รู้ทุกอย่างและเปิดใจรับมุมมองใหม่อยู่เสมอ แม้จะเป็นมุมมองที่ไม่เห็นด้วย 

2. พัฒนาความยืดหยุ่นทางอารมณ์ การเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่ออารมณ์อยู่เสมอ ดังนั้นการมองโลกในแง่ดี (แบบสมจริง) การฝึกอารมณ์ที่จะลดความเครียด มีความมั่นคงในอารมณ์ จะช่วยรองรับอารมณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

3. ฝึกความคล่องตัวในการเรียนรู้ หรือ Learning Agility เป็นความสามารถในการเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ รู้จักที่จะตั้งคำถาม สังเกต มีความอยากรู้อยากเห็น ทดลอง และสะท้อนกลับ (Feedback) เพื่อให้ก้าวออกจาก Comfort Zone เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ขณะเดียวกันก็ต้องรู้จัก Unlearn นั้นคือยอมรับว่าทักษะหรือความเชื่อเดิมบางอย่างใช้ไม่ได้แล้ว

4. การฝึกสติ หรือ Mindfulness ไม่ว่าจะเป็นการฝึกสติ นั่งสมาธิ

5. รู้จักที่จะมองไปข้างหน้า เนื่องจากบุคคลที่มีความยืดหยุ่นไม่ได้แค่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง แต่พยายามคาดการณ์ถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้า สามารถมองเห็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น จำลองภาพสถานการณ์ในอนาคต และเตรียมตัวรับมือล่วงหน้า โดยต้องติดตามข่าวสารและแนวโน้มในเรื่องราวต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ 

6. สร้างและดูแลเครือข่ายทางสังคมให้เข้มแข็ง มีงานวิจัยที่ระบุว่าเครือข่ายทางสังคมที่สนับสนุนกันเป็นหนึ่งในตัวกำหนดความสามารถในด้านความยืดหยุ่นที่ชัดเจน เครือข่ายทางสังคม ครอบคลุมตั้งครอบครัวและเพื่อนสนิทที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางอารมณ์ เครือข่ายทางวิชาชีพ การทำงานที่ทำให้เห็นมุมมองใหม่ๆ และหลากหลาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ต้องสร้างและดูแลให้ดีแม้ในเวลาปกติ ไม่ใช่แค่เมื่อต้องการความช่วยเหลือ

การพัฒนาความยืดหยุ่นและการปรับตัวคือการลงทุนในตัวเองที่คุ้มค่าที่สุด ความมั่นคงและเติบโตในการทำงานและชีวิตประจำวันมาจากความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว อย่างต่อเนื่อง การลงทุนในตัวเองตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่เพื่อความไม่แน่นอนที่กำลังเกิดขึ้นในครั้งนี้เพียงอย่างเดียว แต่เพื่ออนาคตด้วย เนื่องจากความไม่แน่นอนจะยังคงอยู่เสมอ