3 March 2026

หลายปีที่ผ่านมาจะพบว่าเทรนด์หรือกระแสการทำงานในรูปแบบใหม่ๆ จะมาจากสื่อสังคมออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TikTok มากขึ้น จนกระทั่งแฮชแท็ก #WorkTok เป็นหนึ่งในแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมสูง มียอดวิวมากว่าหนึ่งพันล้านวิว บางเทรนด์ทางด้านการจัดการที่เป็นกระแสไปทั่วโลกอย่างเช่น Quiet Quitting (ทำงานแค่พอเสร็จไม่ถวายชีวิต) ก็เริ่มจาก TikTok ทำให้ TikTok กลายเป็นสื่อสำคัญที่ทั้งใช้ในการเผยแพร่และติดตามเกี่ยวกับเรื่องการทำงานและองค์กร

แรกเริ่มนั้น TikTok จะเป็นสื่อที่ใช้โชว์ทักษะในการเต้น จนปัจจุบันก็เติบโตเป็นหนึ่งในแพล็ตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด แต่อีกด้านหนึ่งของ TikTok นั้นก็พัฒนามาเป็นอีกหนึ่งสื่อที่แสดงถึงกระแสและการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการบริหารและองค์กร โดยสามารถจัดกลุ่มเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการทำงานบน TikTok ออกมาได้เป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ

กลุ่มแรกจะเกี่ยวกับแนวโน้มการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ปรากฎขึ้นบน TikTok และกลายเป็นไวรัล ผู้โพสต์มักจะเป็นคนรุ่นใหม่ที่คับข้องหรือต้องการแสดงออกบางประการเกี่ยวกับโลกการทำงาน ที่โด่งดังที่สุดคือกระแส Quiet Quitting เมื่อปี 2022 ซึ่งในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็มีกระแสใหม่ๆ อาทิเช่น Task Masking ซึ่งเป็นการพยายามทำตัวให้ดูยุ่งในการทำงาน ทั้งๆ ที่แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย หรือ Act Your Wage ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงการทำงานให้เป็นไปตามเงินเดือนที่ได้รับ หรือ Bare Minimum Monday ที่จะเริ่มสัปดาห์ใหม่ในวันจันทร์แบบเบาๆ สบายๆ ทำงานไม่มาก เพื่อเป็นการปรับตัวให้เข้าสัปดาห์ใหม่ของการทำงาน และไม่ให้เครียดเกินไปในวันอาทิตย์เมื่อนึกถึงการทำงานที่จะเปิดมาในวันจันทร์

กลุ่มที่สอง จะเป็นเรื่องราวในชีวิตของคนทำงาน ที่ผู้โพสต์จะเป็นพนักงานของบริษัท และโพสต์เกี่ยวกับชีวิตประจำวันและการทำงานของตนเอง เริ่มจากการทำกิจวัตรประจำวันในตอนเช้า การเดินทาง จากนั้นก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ทำในแต่ละวัน ตั้งแต่การจัดโต๊ะ พิมพ์คีย์บอร์ด ดื่มกาแฟ ประชุม นั่งทำงาน จนกระทั่งกลับบ้าน เป็นลักษณะของ Day in the life ซึ่งกำลังได้รับความนิยมมากขึ้น

กลุ่มนี้ก็มีข้อควรระวังว่าการถ่ายทำนั้นต้องไม่ละเมิดผู้ร่วมงานอื่น หรือ เปิดเผยถึงข้อมูลของบริษัท บางบริษัทมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการถ่ายทำคลิปและโพสต์เกี่ยวกับสถานที่ทำงาน และมีหลายกรณีที่ผู้โพสต์ถูกให้ออกเนื่องจากเปิดเผยข้อมูลของบริษัท

กลุ่มที่สาม เป็นการโพสต์เกี่ยวกับการทำงานและบริษัทแต่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากบริษัท หลายบริษัทเริ่มเห็นว่าการโพสต์ของพนักงานจะกลายเป็นอีกเครื่องมือในการสร้างแบรนด์และสื่อสารทางการตลาดถึงลูกค้าได้ จึงมีโครงการที่เป็นรูปธรรมขึ้นมา เช่น Starbucks จะมีโครงการ Green Apron Creator ที่เลือกบาริสต้าจำนวน 53 คน และสนับสนุนให้โพสต์เกี่ยวกับการทำงานบนสื่อออนไลน์ รวมทั้งสนับสนุนเนื้อหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น โปรโมชั่นใหม่ของบริษัท และพนักงานเหล่านี้ได้รับค่าตอบแทนจากการโพสต์แต่ละครั้ง ซึ่งเนื้อหาแต่ละโพสต์จะต้องได้รับการประสานและอนุมัติจากทีมสื่อสารการตลาดก่อน

กลุ่มสุดท้ายเป็นโพสต์ที่บริษัทสร้างขึ้นมา ผ่านบัญชีชื่อของบริษัทเอง โดยจะมีพนักงานของบริษัทร่วมเป็นผู้แสดง และแสดงถึงด้านที่ดีของบริษัท หรือ บางทีก็เป็นคลิปขำๆ ที่แสดงถึงอีกมุมหนึ่งของชีวิตการทำงานในบริษัทนั้นๆ อย่างไรก็ดีในกลุ่มนี้ เมื่อผู้ชมเห็นชื่อเจ้าของบัญชีเป็นบริษัทแล้ว ความน่าเชื่อถือก็จะลดลงได้

สรุปว่าสำหรับผู้บริหารและองค์กรแล้ว TikTok ได้กลายเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการหาข้อมูลเกี่ยวแนวโน้มและกระแสทางด้านบริหารและการทำงานใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมุมมองของคนรุ่นใหม่