27 January 2026

จะพบเห็นบทบาทของผู้นำอีกรูปแบบที่แตกต่างจากผู้นำที่คุ้นเคย เป็นผู้นำที่ไม่อยู่ภายใต้กรอบและกติกาเดิมๆ พร้อมที่จะทำลายทั้งกฎและธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยมีมา รวมทั้งทำทุกหนทางเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการโดยไม่สนใจต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ แถมยังใช้เทคนิคการข่มขู่เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ เลยขอเรียกผู้นำแบบนี้ว่า Harball Leaders

Hardball Leaders มีเป้าหมายความสำเร็จสำหรับองค์กรและตนเองที่ชัดเจนมาก แต่ก็เป็นความสำเร็จในฝ่ายเดียวโดยไม่สนใจพันธมิตรหรือคู่ค้าอื่นๆ เลย และเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จที่ต้องการ ก็จะไม่สนใจต่อกฎ กติกา ธรรมเนียมปฏิบัติ หรือ กระบวนการแบบเดิมๆ ที่มีอยู่ ถ้าสิ่งใดที่ผู้นำประเภทนี้มองว่าขัดขวางต่อความสำเร็จขององค์กร แทนที่จะยอมทำตามกฎ กติกาในแบบเดิมก็พร้อมจะทำลายและพร้อมที่จะเขียนกฎ กติกาของตนเองขึ้นมาใหม่

ผู้นำแบบ Hardball มักจะมีคุณลักษณะที่สำคัญดังนี้

1. เป็นผู้ที่มีความมั่นใจสูงมาก เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงมาก่อนและเชื่อมั่นต่อวิธีการคิดและตัดสินใจของตนเอง และขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จที่สูง จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ผลที่ต้องการ

2. มีกรอบวิธคิดในลักษณะของ Zero-Sum Game นั้นคือมองว่าผลประโยชน์ทั้งหมดมีเท่าเดิม ดังนั้นเพื่อให้ฝ่ายของตนเองได้มากขึ้น อีกฝ่ายก็จะต้องเสียมากขึ้น จะไม่ได้มองหาหนทางในการเพิ่มผลประโยชน์ทั้งหมดโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างแต่ละฝ่าย เป้าหมายไม่ใช่เพื่อหาทางโตไปด้วยกัน แต่เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน ดังนั้นพันธมิตรหรือคู่ค้า ไม่ได้มีความสำคัญเท่าเป้าหมายขององค์กรตนเอง

3. จะไม่สนใจต่อบรรทัดฐาน กฎ กติการ ระเบียบ หรือ แนวปฏิบัติเดิมที่มีอยู่ พร้อมที่จะทำลายสิ่งที่เคยปฏิบัติมาเพื่อให้บรรลุต่อเป้าหมายที่ตนเองต้องการ และพร้อมที่จะสร้างกติกาใหม่ของตนเองขึ้นมาเพื่อให้องค์กรของตนได้เปรียบสูงสุด

4. มีเทคนิคการทำงานและเจรจาต่อรองที่สะท้อนภาพแนวคิดของตนเอง ต้องการให้คนอื่นมาเล่นในสนามหรือภายใต้กรอบกติกาที่ตนเองกำหนดขึ้น เมื่อเริ่มเจรจาจะเริ่มจากข้อเสนอที่สุดโต่ง โดยไม่ได้หวังจะให้จบหรือตกลงได้ทันที แต่เพื่อให้คู่เจรจาจำเป็นต้องมาเล่นภายใต้กติกาที่ตนได้กำหนดขึ้น นอกจากจะกดดันด้วยข้อเสนอที่สุดโต่งแล้ว ผู้นำแบบนี้ยังนำเรื่องของความเสี่ยงมาเป็นอีกปัจจัยในการต่อรองด้วย เป็นความเสี่ยงที่เป็นอันตรายกับทุกๆ ฝ่ายและทำไปเพื่อเป็นการขู่ให้อีกฝ่ายยอมที่จะถอยก่อน

ผู้นำแบบนี้อาจจะเหมาะสมในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องมีการแบ่งผลประโยชน์กันอย่างชัดเจน หรือ เมื่อเป็นดีลเดียวที่จบไม่เน้นความสัมพันธ์ระยะยาว หรือ เป็นฝ่ายที่มีอำนาจต่อรองจริงและเหนือกว่า แต่ก็จะไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปมากนัก เป็นผู้นำที่อาจจะทำให้ระบบพังได้ และนำไปสู่วัฒนธรรมภายในองค์กรที่ไม่ดี เมื่อเจอผู้นำที่เป็น Hardball คนทำงานก็จะเริ่มสร้างเกราะ ทำงานแบบป้องกันตัว และการทำงานร่วมมือระหว่างกันก็จะน้อยสุดเท่าที่จำเป็น 

สรุปคือผู้นำแบบ Hardball อาจจะทำให้องค์กรชนะได้เร็ว แต่มีความเสี่ยงที่จะพ่ายแพ้ในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความไว้ใจที่มีต่อตัวผู้นำจะสูญเสียไป วัฒนธรรมแห่งการร่วมมือกันจะหายไป และทุกคนจะตั้งคำถามต่อกระบวนการว่ายังมีความยุติธรรมให้เป็นที่ยอมรับอยู่ต่อไปไหม?

จริงๆ แล้ว ความเป็น Hardball นั้นไม่ควรจะเป็นคุณลักษณะของผู้นำ แต่ควรจะเป็นเทคนิคที่ใช้เป็นครั้งๆ ไปตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าจะเปลี่ยนหรือแหกจากกฎ กติกา บรรทัดฐานเดิม ก็ต้องรักษาความชอบธรรมไว้ให้ได้ และการขู่นั้นก็ขู่ได้ แต่ต้องระวังอย่าให้พร่ำเพรื่อ เพราะคำขู่ที่ไม่ทำจริง จะทำลายความน่าเชื่อถือ ถ้าจะเล่น Hardball นั้น จะต้องหาทางชนะให้ได้ทั้งในระยะสั้น แต่ต้องคำนึงถึงองค์กรในระยะยาวด้วย