
5 August 2025
ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางและการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ประเด็นที่น่าจับตามองคือผลประกอบการในไตรมาส 2 ของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี ที่ไม่เพียงส่งผลต่อผู้ถือหุ้น แต่บริษัทเหล่านี้ยังเป็นผู้นำตลาดและเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของโลกธุรกิจ
จากผลประกอบการในไตรมาสสองของบริษัทอย่าง Alphabet (Google), Amazon, Apple, Meta, Microsoft, Netflix ที่เพิ่งประกาศออกมาล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในธุรกิจหลักของบริษัทเหล่านี้ และเป็นบทเรียนที่น่าศึกษาสำหรับธุรกิจในประเทศไทย
Alphabet หรือ Google มีรายได้เพิ่มขึ้น 14% โดยมาจาก Search และ Cloud การท่ี Google มีการนำ AI Overview มาผสมผสานกับ Search ก็ช่วยให้รายได้จากการโฆษณาบน Search ของ Goole มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 12% สำหรับ Amazon มีรายได้โต 13% และกำไรโต 35% ซึ่งก็มาจากสองธุรกิจหลักคือ Cloud (AWS) และค้าปลีกออนไลน์ที่ยังคงเติบโตอยู่
Apple มีรายได้เพิ่มขึ้น 10% โดยหลักๆ มาจากยอดขาย iPhone ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งน่าจะมาจากลูกค้าที่เร่งซื้อก่อนที่นโยบายภาษีจะถูกบังคับใช้ ขณะที่รายได้จากธุรกิจบริการของ Apple ก็เพิ่มขึ้นถึง 13% และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตต่อไปในอนาคต ธุรกิจบริการนั้นมีอัตราส่วนกำไรสูงกว่า 70% และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด
Meta มีการเติบโตของรายได้ 22% ซึ่งมาจากค่าโฆษณาบนแพล็ตฟอร์มต่างๆ ของ Meta โดยจำนวนการใช้งานในแต่ละวันในทุกๆ แพล็ตฟอร์มของ Meta ก็เพิ่มขึ้นถึง 6% ส่วน Microsoft มีกำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 22% Microsoft กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าเกินกว่า $4 Trillion เป็นบริษัทที่สองของโลกต่อจาก Nvidia การเติบโตหลักๆ มาจากธุรกิจ Cloud (Azure) และรายได้จากระบบ Subscription
Netflix รายได้โต 16% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 46% มาจากการสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิก การขึ้นราคา (เริ่มจากอเมริกา) การเติบโตขึ้นของรายได้จากโฆษณา (ในบางประเทศ) โดยสมาชิกที่เพิ่มขึ้นก็มาจากรายการที่น่าสนใจ การหันมาเน้นเรื่องการถ่ายทอดสดและกีฬามากขึ้นด้วย จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านี้ พบประเด็นร่วมอยู่หลายประการด้วยกัน ได้แก่
1. ทำธุรกิจหลักให้แข็งแรง บริษัทเหล่านี้ยังมุ่งเน้นการเติบโตของรายได้จากธุรกิจหลัก และรายได้ที่เกิดขึ้น ก็กลายเป็นแหล่งทุนสำหรับการลงทุนอนาคต โดยเฉพาะใน AI บริษัทเหล่านี้ต่างใช้ธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงและมีกำไรดี เป็นฐานในการลงทุนในธุรกิจใหม่
2. การลงทุนใน AI กลายเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเติบโตต่อไปในอนาคต AI ถูกกล่าวถึงอย่างชัดเจนว่าเป็นตัวเร่งการเติบโต ตั้งแต่ Amazon และ Microsoft ที่เน้นการลงทุนใน Cloud และ AI ขณะที่ Google มองว่า AI จะเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้าในพฤติกรรมการค้นหา ขณะที่ Meta ก็มีการลงทุนใน AI อย่างมากและเริ่มสร้างผลตอบแทนในธุรกิจโฆษณา
3. การปรับตัวและเปลี่ยนนิยามธุรกิจใหม่ เพื่อคว้าโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เช่น Microsoft จากเป็นเพียงผู้ขายซอฟแวร์กลายเป็นผู้นำในธุรกิจ Cloud หรือ Google ซึ่งเคยเน้นการครองตลาด Search ก็ปรับตัวสู่ยุค AI ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีใหม่เข้ากับผลิตภัณฑ์หลัก หรือ Netflix ที่ในอดีตเน้นรายได้จากการสมัครสมาชิกรายเดือนเพียงอย่างเดียว มาสู่การมีรายได้จากโฆษณามากขึ้น
4. ให้ความสนใจกับธุรกิจบริการที่มีอัตรากำไรที่สูงกว่า แทนการพึ่งพาการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว เช่น Apple ที่ธุรกิจบริการมีอัตรากำไรสูง หรือ Netflix มุ่งขยายธุรกิจโฆษณาซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่ หรือ Amazon ได้ประโยชน์จากธุรกิจคลาวด์ที่ทำกำไรสูงควบคู่กับธุรกิจขายของออนไลน์เป็นหลัก แต่ทั้งหมดนั้นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากธุรกิจหลักของแต่ละบริษัทที่แข็งแกร่ง
จากกรณีความสำเร็จของบริษัทเหล่านี้ นำไปสู่คำถามสำหรับผู้บริหารได้ว่า
1. ธุรกิจหลักแข็งแรงพอจะเป็นฐานสำหรับอนาคตหรือยัง?
2. มีกลยุทธ์และทิศทางที่ชัดเจนสำหรับ AI หรือยัง? และ
3. ได้ใช้ธุรกิจหลักในวันนี้เพื่อสร้างอนาคตหรือยัง?”
