1 November 2009

วันนี้ผมมีคุณสมบัติที่น่าเป็นห่วงห้าประการมานำเสนอครับ โดยคุณสมบัติเหล่านี้ถือเป็นทั้งคุณสมบัติของบุคคลและคุณสมบัติขององค์กรที่ถือเป็นคุณสมบัติที่ไม่ควรจะมี และถ้าบุคคลหรือองค์กรไหนมีแม้เพียงข้อเดียวก็น่าเป็นห่วงแล้วครับ และยิ่งถ้าบุคคลหรือองค์กรใดก็ตามมีครบทั้งห้าประการ เรายิ่งสามารถมองเห็นทางหายนะหรือความล่มสลายของบุคคลหรือองค์กรผู้นั้นอยู่ไม่ไกลแล้วครับ คุณสมบัติทั้งห้าประการนั้นผมเรียกเป็นภาษาไทยว่า “ห้าอัน” ซึ่งจริงๆ แล้วมาจากภาษาอังกฤษคือ ‘Un’ ห้าประการนั้นเองครับ โดยคุณสมบัติทั้งห้าอันนั้นประกอบไปด้วย Unteachable, Untouchable, Unreliable, Uncontrollable, Unable คุณสมบัติทั้งห้าประการนั้นเป็นภาษาอังกฤษที่แปลได้ง่ายและตรงตัวครับ ดังนั้นเรามาดูคุณสมบัติที่อันตรายทั้งห้าประการกันนะครับ

            อันตรายประการแรกคือ Unteachable ก็คือพวกที่ไม่สามารถสอนได้นั้นเองครับ บุคคลที่มีคุณสมบัติในข้อนี้ไม่ได้หมายถึงพวกที่สมองไม่ดีจนสอนไม่ได้นะครับ แต่หมายถึงพวกที่ไม่พร้อมและไม่ยอมรับต่อการสอนจากผู้อื่นหรือเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ คนประเภทนี้จะมีความเขลาและความหลงตนเองคิดว่าตนเองเก่งสุด ฉลาดสุด รอบรู้สุด ดังนั้นคนเหล่านี้จึงไม่พร้อมและไม่สามารถที่จะรับฟังคำแนะนำ คำสั่งสอนจากผู้อื่น และนอกเหนือจากการไม่พร้อมที่จะเรียนรู้จากผู้อื่นแล้ว คนประเภทนี้ยังไม่ให้ความสำคัญกับการมุ่งมั่นและแสวงหาความรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเอง คนประเภทนี้จะมีความยึดติดกับจิตที่ปรุงแต่งขึ้นมา และมีความยึดมั่น ถือมั่นอยู่ความรู้เดิมๆ ที่ตนเองมีมา และไม่เคยยอมรับว่าตนเองยังมีความไม่รู้อยู่ เรียกว่าทำตนตรงข้ามกับคำสอนของ โซคราตีสที่ว่า The only true wisdom is in knowing you know nothing หรือแปลเป็นไทยว่าความฉลาดที่แท้จริงนั้นคือการรู้ว่าตนเองไม่รู้อะไรเลย

            อันตรายประการที่สองคือ Untouchable ซึ่งถ้าแปลเป็นภาษาไทยตรงตัวก็คือพวกที่ไม่สามารถแตะต้องได้ครับ คนพวกนี้จะเป็นประเภทที่ชีวิตนี้อยู่บนหอคอยงาช้างครับ ไม่สามารถที่จะวิจารณ์ได้ ไม่สามารถที่จะให้คำแนะนำได้ ลองดูรอบๆ กายซิครับ เราจะพบเจอคนประเภทนี้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากคนเหล่านี้อาจจะมีการศึกษาที่สูงหรือประสบความสำเร็จอยู่ ทำให้ไม่สามารถทนรับต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ที่มีต่อเขาได้เลย ต่อให้คำวิจารณ์นั้นจะเป็นคำวิจารณ์ในลักษณะติเพื่อก่อก็ตาม

            อันตรายประเภทที่สามคือ Unreliable นั้นก็คือไม่สามารถเชื่อถือหรือพึ่งพาได้เลยครับ คนประเภทนี้อาจจะเป็นคนอีกประเภทหนึ่งที่เราเรียกว่า Yes Person นั้นคือ เห็นด้วย ตอบรับ และยินดีไปกับทุกเรื่อง ทั้งนี้เนื่องจากไม่ต้องการให้ใครผิดหวังหรือเสียใจ แต่สุดท้ายคนเหล่านี้ก็ไม่สามารถที่จะส่งมอบงานหรือทำงานให้สำเร็จตามที่รับปากได้เลย คนประเภทนี้เราอย่าหวังที่จะพึ่งพิงหรือพึ่งนะครับ เรียกได้ว่าคนประเภทนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือเลย เพียงแต่ปัญหาก็คือกว่าที่เราจะรู้ว่าเพื่อนร่วมงานเราหรือคนรอบตัวเราเป็นพวก Unreliable บางครั้งก็สายเกินไปครับ

            อันตรายประเภทที่สี่คือ Uncontrollable หรือพวกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ฟังดูอาจจะน่ากลัวหน่อยนะครับ แต่พวกที่ควบคุมไม่ได้ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงพวกที่ไม่ยอมสยบอยู่ใต้อำนาจหรือไม่ยอมใส่ปลอกคอนะครับ แต่ในการทำงานหรือดำเนินชีวิตนั้นทุกคนย่อมต้องอยู่ภายใต้กฎหรือนโยบายบางประการ แต่พวกที่เป็น Uncontrollable นั้น จะเป็นพวกที่ไม่ยอมอยู่ใต้กฎ นโยบาย หรือ แนวปฏิบัติใดๆ ทั้งสิ้น และที่น่ากลัวกว่านั้นคือคนประเภทนี้ยังอาจจะไม่รับฟังคำสั่งของผู้บังคับบัญชาอีกด้วย ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าในการทำงานจริงนั้น เป็นไปได้หรือที่จะไม่รับฟังหรือปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้านาย แต่คนประเภทนี้จะมีความสามารถที่จะทำให้เหมือนกับรับฟังคำสั่งแต่ในทางปฏิบัติแล้วกลับไม่ได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ผู้บังคับบัญชาพูดแต่อย่างใด

            อันตรายประเภทสุดท้ายคือ Unable ครับ คือถ้าคนที่ไม่มีความสามารถและยอมรับว่าตนเองไม่มีความสามารถนั้นกลับเป็นสิ่งที่ยังยอมรับได้และยังไม่น่ากลัวเท่ากับพวกที่ไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถแต่คิดว่าตนเองมีและรับปากหรือรับอาสาทำงานทั้งๆ ที่ตนเองไม่มีความรู้ ความสามารถที่เพียงพอ (แต่คิดว่าตนเองมี) และยังมีอีกพวกที่น่ากลัวครับนั้นคือพวกที่จริงๆ แล้วมีความรู้ ความสามารถ แต่ปฏิเสธไม่พร้อมและไม่ยอมรับที่จะทำงานตามที่ได้รับมอบหมาย ดังนั้นถ้าเจอกับพวก Unable นะครับขอเจอกับผู้ที่ไม่มีความรู้ ความสามารถแล้วรู้ว่าตนเองไม่มีความรู้ ความสามารถยังดีกว่าอีกสองพวกหลังครั

            เป็นอย่างไรบ้างครับห้า “Un” อันตราย ถ้าองค์กรไหนมีคนที่มีคุณสมบัติทั้งห้าประการอยู่เยอะๆ ก็น่ากลัวนะครับ และที่น่ากลัวอีกประการคือคุณสมบัติทั้งห้าประการนั้นไม่ได้ติดตัวเรามาตั้งแต่กำเนิดนะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะของการเกิดขึ้นภายหลังทั้งสิ้น และที่อันตรายคือหลายคุณลักษณะเป็นสิ่งที่เราพบในกลุ่มบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งอีกด้วย ทั้งๆ ที่ช่วงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จหรือยังไม่มีความรู้ ความสามารถนั้น เราจะยังไม่มีคุณสมบัติทั้งห้าประการ ดังนั้นท่านผู้อ่านก็โปรดระวังตัวเองไว้ด้วยแล้วกันนะครับว่าท่านมีคุณสมบัติทั้งห้าประการโดยที่ท่านไม่รู้ตัวหรือไม่?