23 July 2009

สัปดาห์นี้มาต่อกันในเรื่องของความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์กันนะครับ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้เริ่มต้นไว้ในเรื่องของนิยาม และประเภทของความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ โดยได้นำเสนอในสองประเภทแรกไปก่อน นั้นคือความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการกำหนดกลยุทธ์ กับความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานให้บรรลุวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้น มาในสัปดาห์นี้เรามาดูความเสี่ยงเชิงกลยุทธ์ ซึ่งผมมองว่าสำคัญสุดและได้รับความสนใจกันน้อยที่สุด นั้นคือความเสี่ยงว่ากลยุทธ์ที่องค์กรได้วางหรือกำหนดขึ้นมานั้น ล้าสมัยหรือไม่เหมาะกับสภาวะแวดล้อมในการทำงานที่เปลี่ยนไป

            โดยปกติเมื่อองค์กรวางหรือกำหนดแผนกลยุทธ์นั้น มักจะเป็นการกำหนดกลยุทธ์ไว้ล่วงหน้า เช่น เมื่อองค์กรต้องเริ่มวางแผนกลยุทธ์สำหรับปีหน้า (2553) องค์กรส่วนมากก็จะเริ่ม กระบวนการในการวางแผนตั้งแต่ช่วงสิ้นปี 2552 ทำให้หลายครั้งกลยุทธ์ที่วางไว้ตั้งแต่สิ้นปีนี้ เมื่อถึงคราวที่ต้องปฏิบัติจริงในปีหน้า อาจจะไม่เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปแล้วก็ได้ หรือ บางครั้งองค์กรให้ความสำคัญหรือมุ่งเน้นที่เทคโนโลยีบางประเภท และมักจะคิดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะสมและจะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จในระยะยาว แต่พอเวลาผ่านไประยะหนึ่ง อาจจะมีเทคโนโลยีใหม่มาแทนที่และองค์กรยังยึดติดอยู่กับเทคโนโลยีเดิม ไม่มีการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนไป ก็อาจจะทำให้องค์กรประสบความล้มเหลวได้

            ตัวอย่างที่เห็นกันได้อย่างชัดเจนที่สุดคือกรณีของ Polaroid ครับ ซึ่งเชื่อว่าหลายๆ ท่าน (โดยเฉพาะท่านที่สูงวัยหน่อย) คงพอจำกันได้นะครับ ในอดีตโพลารอยด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และถือเป็นผู้นำในตลาดกล้องถ่ายรูปประเภทถ่ายปุ๊บได้ปั๊บ เนื่องในอดีตกาล สมัยที่เรายังใช้กล้องถ่ายรูปแบบฟิล์มอยู่ เมื่อเราถ่ายรูปได้แล้ว และจะนำฟิล์มไปล้างเพื่อให้ได้รูปนั้นจะต้องรออยู่หลายวัน ทำให้คนจำนวนมากหันมาใช้กล้องโพลารอยด์ที่เมื่อถ่ายรูปแล้วได้เห็นรูปทันทีเลยเป็นที่นิยมอย่างมาก อย่างไรก็ดีเมื่อระบบการล้างฟิล์มมีการพัฒนามากขึ้น ทำให้เมื่อเรานำฟิล์มไปล้างแล้วสามารถรอรับรูปได้ภายในหนึ่งชั่วโมง จนกระทั่งเทคโนโลยีการถ่ายรูปพัฒนากลายเป็นระบบดิจิตอล ที่เมื่อถ่ายรูปแล้วเราได้ดูรูปนั้นเลยทันที ทำให้เทคโนโลยีที่โพลารอยด์ที่เคยภาคภูมิใจกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยไป และทำให้กลยุทธ์เดิมที่โพลารอยด์เคยใช้และประสบความสำเร็จในอดีต กลายเป็นกลยุทธ์ที่ล้าสมัยและไม่เหมาะต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป

            ดังนั้นท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าความเสี่ยงทางกลยุทธ์นั้น จะเป็นความเสี่ยงว่ากลยุทธ์ที่วางหรือกำหนดไว้ไม่เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เกิดขึ้น ซึ่งความเสี่ยงชนิดนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่ร้ายแรงที่จะส่งผลทำให้บริษัทประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวได้ และองค์กรส่วนใหญ่ในประเทศไทยก็ยังไม่ค่อยให้ความสนใจหรือละเลยต่อความเสี่ยงประเภทนี้

            การดูความเสี่ยงทางกลยุทธ์ประเภทนี้จะต้องมีระบบในการบริหารที่ดีครับ โดยเริ่มตั้งแต่การที่จะต้องระบุว่าการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยใดบ้างที่เมื่อเปลี่ยนแปลงแล้วจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กร จากนั้นองค์กรจะต้องพัฒนาระบบในการเฝ้าติดตามความเสี่ยงดังกล่าว และเมื่อความเสี่ยงนั้นมีโอกาสหรือแนวโน้มที่จะเกิดขึ้น ก็ต้องมีระบบในการเตือนภัยไปยังผู้บริหารถึงโอกาสที่ความเสี่ยงดังกล่าวจะเกิดขึ้น

            ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการยอมรับและพร้อมที่จะเปิดใจของผู้บริหารระดับสูงต่อความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากมักจะพบเจอว่าผู้บริหารส่วนใหญ่คิดว่ากลยุทธ์ที่ตนเองคิดมานั้นดีที่สุดแล้ว หรือ ตนเองรู้เรื่องดีที่สุดเกี่ยวกับกลยุทธ์และอุตสาหกรรมที่อยู่ ดังนั้น เมื่อลูกน้องหรือพนักงานในบริษัทส่งสัญญาณเตือนภัยถึงโอกาสที่ความเสี่ยงต่างๆ จะเกิดขึ้น ผู้บริหารก็มักจะไม่เปิดใจรับฟังหรือยอมรับต่อการเตือนภัยดังกล่าว

            จะเห็นได้ว่าถ้ามีระบบในการบริหารอย่างเหมาะสม เรื่องของการบริหารความเสี่ยงทางกลยุทธ์นั้น จะเป็นกลไกและเครื่องมือที่สำคัญ สำหรับองค์กรในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อมภายนอก และนำข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกดังกล่าวมาใช้เป็นข้อมูลและเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมต่อสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนไป โดยปัจจัยสำคัญที่สุดในการบริหารความเสี่ยงทางกลยุทธ์ให้ประสบความสำเร็จก็หนีไม่พ้นการเปิดใจที่จะยอมรับและการให้ความสำคัญของผู้บริหารระดับสูง ต่อความเสี่ยงทางกลยุทธ์

            ขอจบขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์หน่อยนะครับ ทางคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ได้เชิญ Patrick Georges ซึ่งเป็นผู้คิดและผู้ให้กำเนิด Management Cockpit มาพูดคุยและเล่าถึงพัฒนาการ ของ Management Cockpit ในปัจจุบัน โดยจะจัดเป็นงานสัมมนาขึ้นมาในวันพฤหัสที่ 13 สิงหาคม 2552 ระหว่างเวลา 8.30 – 12.00 ภายใต้หัวข้อเรื่อง Management Cockpit in 2010: Managing in an Economic Downturn ถ้าท่านผู้อ่านสนใจก็สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-218-5867 หรือ www.acc.chula.ac.th ครับ