22 December 2008

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอรายชื่อบางส่วนของสุดยอดหนังสือทางด้านการจัดการประจำปี 2551 ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมได้นำเสนอผ่านทางคอลัมภ์นี้มาเป็นปีที่หกติดต่อกันแล้วครับ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เสนอรายชื่อสุดยอดของหนังสือในหมวดด้านกลยุทธ์และการจัดการ ซึ่งนำมาจากวารสาร Strategy + Business มาสัปดาห์นี้ลองดูจากอีกแหล่งหนึ่งบ้างนะครับ นั้นคือ Amazon.com ซึ่งทาง Amazon ในฐานะผู้ขายหนังสือรายใหญ่ของโลก เขาก็มีการจัดอันดับหนังสือ ในด้านต่างๆ อยู่เป็นประจำทุกปี โดยจัดทั้งในมุมมองของกองบรรณาธิการเขา และจัดโดยให้ผู้อ่านได้มีส่วนร่วม

            เรามาดูรายชื่อหนังสือที่บรรดาบรรณาธิการของ Amazon เขาเลือกให้เป็นสุดยอดหนังสือของปีก่อนนะครับ อันดับหนึ่งคือ The Snowball: Warren Buffet and the Business of Life โดย Alice Schroeder ครับ ดูจากชื่อหนังสือก็พอจะเดาได้แล้วนะครับว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับประวัติ การทำงาน และความคิดของ Warren Buffet นักลงทุนชื่อดังของอเมริกา อันดับสองคือ A Sense of Urgency โดย John P. Kotter ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงและเป็นผู้เขียนหนังสือเรื่องของภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลงไว้หลายเรื่อง และก็เหมือนกับพวกนักวิชาการดังๆ ในต่างประเทศ ที่มักจะนำประเด็นในกรอบความคิดหลักของหนังสือเล่มก่อนมาเขียนเป็นหนังสือหากินอีกเล่มครับ เนื่องจากเรื่องของ Sense of Urgency หรือการมีความจำเป็นหรือเร่งด่วน ในการ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น ถือเป็นขั้นแรกในกระบวนการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ Kotter ได้เคยนำเสนอไว้ก่อนหน้านี้

            อันดับที่สามเป็นหนังสือด้านการตลาดครับ ชื่อ The Brand Bubble เขียนโดย John Gerzema โดยในหนังสือเล่มนี้ได้ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะเป็นปัญหาทางด้านการตลาดต่อไป เนื่องจากแนวทางในการทำการตลาดและเพิ่มยอดขาย โดยอาศัยการบริหารแบรนด์ ตามวิธีการต่างๆ ที่บริษัทต่างๆ ทำในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอและไม่เหมาะสมอีกต่อไป และปัญหาที่ธุรกิจอาจจะพบต่อไปคือฟองสบู่ของแบรนด์นั้นแตกโพละออกมา ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอแนวทางในการบริหารแบรนด์เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต

            อันดับสี่ชื่อ The Momentum Effect เขียนโดย J.C. Larreche ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในหนังสือที่เสนอแนะแนวทางในการเติบโตของธุรกิจโดยผ่านทางการสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าท่านผู้อ่านที่สนใจแนวคิดของ Blue Ocean Strategy ก็อาจจะหาเล่มนี้มาอ่านเสริมได้ครับ อันดับที่ห้าคือ The Back of the Napkin เขียนโดย Dan Roam ซึ่งเป็นหนังสือในด้านนวัตกรรมที่ติดโผในการจัดลำดับสุดยอดหนังสือทางด้านนวัตกรรมของหลายๆ สำนัก เช่น นิตยสาร Business Week ก็ยกย่องว่าหนังสือเล่มนี้เป็นสุดยอดหนังสือทางด้านนวัตกรรมประจำปีนี้ โดยหนังสือเล่มนี้ได้เสนอแนวคิดเรื่องของการใช้ภาพ มาช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ได้อย่างไร

            ทีนี้ลองมาดูว่าสำหรับ Amazon แล้ว หนังสือทางด้านการบริหารจัดการเล่มไหนขายดีที่สุด โดยเขาจะเลือกจากหนังสือที่มียอดสั่งซื้อสูงที่สุดในปีนี้ และต้องเป็นหนังสือที่เพิ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปีนี้ด้วยครับ อันดับหนึ่งคือ Predictably Irrational โดย Dan Ariely ซึ่งผมเองโดยส่วนตัวก็ชื่อ ชอบหนังสือเล่มนี้เช่นเดียวกันครับ เนื่องจากในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนได้ทำการทดลองต่างๆ นานา เพื่อหาว่าทำไมมนุษย์เราถึงได้มีพฤติกรรมบางอย่างที่อาจจะผิดเพี้ยนไปจากที่เราคุ้นเคย และสิ่งที่ผู้เขียนพบก็คือ พฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถพยากรณ์หรือคาดการณ์ได้ ซึ่งขอแนะนำท่านผู้อ่านที่สนใจเกี่ยวกับพวกพฤติกรรมของคนลองหาอ่านดูนะครับ ได้มุมมองใหม่ๆ ที่น่าสนใจทีเดียว

            สำหรับอันดับสองที่ขายดีของปี 2551 นั้นคือ Snowball ที่เป็นประวัติของ Warren Buffet แสดงให้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้ดีทั้งในด้านคุณภาพ (จากการประเมินของบรรณาธิการ Amazon) และเป็นที่นิยมในหมู่นักอ่านด้วย อันดับสามชื่อ Presentation Zen เขียนโดย Garr Reynolds ซึ่งก็เป็น หนังสืออีกเล่มที่ผมชอบ เนื่องจากนำหลักการของนิกายเซ็นมาปรับใช้ในการจัดทำ Powerpoint Presentation ซึ่งผู้เขียนหนังสือเล่มดังกล่าวมองว่าการทำ Powerpoint ในปัจจุบันนั้นไม่เหมาะสม และไม่เอื้อต่อการรับรู้ของสมองคนเรา ดังนั้นหนังสือเล่มนี้จึงนำเสนอรูปแบบและแนวทางในการนำเสนอผ่านทางโปรแกรมสำเร็จรูปต่างๆ ว่าควรจะมีรูปแบบและแนวทางอย่างไร ผมเองเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบก็พยายามนำมาปรับปรุงรูปแบบในการนำเสนอของตนเองอยู่เหมือนกันครับ

            อันดับสี่ที่ขายดีประจำปีได้แก่หนังสือชื่อ Nudge เขียนโดย Richard Thaler และ Cass Sunstein ซึ่งเป็นหนังสือที่อธิบายถึงแนวทางในการกระตุ้น จูงใจ และโน้มน้าว ต่อการตัดสินใจของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของรัฐบาลและภาคธุรกิจในการที่จะช่วยเหลือและโน้มน้าวการตัดสินใจของเราให้ไปในทิศทางที่ถูกต้อง หนังสือเล่มนี้จะมีส่วนสัมพันธ์กับ Predictably Irrational ที่ได้อ้างถึงมาแล้ว เพียงแต่ Nudge นั้น จะเน้นบทบาทของรัฐบาลและภาคธุรกิจต่อการตัดสินใจ มากกว่า

            อันดับที่ห้าที่ขายดีในปีนี้คือหนังสือของ George Soros ที่คนไทยรู้จักดี ชื่อ The New Paradigm for Financial Markets ซึ่งดูจากชื่อหนังสือและชื่อผู้เขียนก็คงไม่ต้องอธิบายมากนะครับว่าเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร

            ท่านผู้อ่านที่สนใจหนังสือเล่มต่างๆ ที่นำเสนอมานั้น ส่วนใหญ่ยังพอจะหาได้จากร้านหนังสือในเมืองไทยนะครับ และถ้าอยากจะหาข้อมูลเพิ่มเติมของเนื้อหาในสองสัปดาห์นี้ก็ลองนิตยสาร Strategy + Business และเว็บ Amazon.com ได้นะครับ