14 September 2008

photo credit: workfeelsgood.com

สถานการณ์การเมืองบ้านเราอาจจะเริ่มผ่อนคลายลงมาบ้างนะครับ แต่เชื่อว่าสถานการณ์ก็ยังไม่คลี่คลายลงเสียทีเดียว ซึ่งถ้ามองในอีกมุมมองหนึ่งผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านน่าจะได้เรียนรู้ในกรณีศึกษาต่างๆ จากสถานการณ์ทีเกิดขึ้นในครั้งนี้ โดยเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้วผมพาท่านผู้อ่านไปเรียนรู้กลยุทธ์ต่างๆ ที่น่าสนใจจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พอสัปดาห์ที่แล้วเรามาดูกรณีตัวอย่างเรื่องของภาวะผู้นำ สัปดาห์นี้เรามาศึกษาเรื่องการบริหารความขัดแย้ง จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันดีกว่านะครับ

            ถ้าเรามองไปรอบๆ ตัว เราจะพบเรื่องของความขัดแย้งปรากฎอยู่ในทุกระดับครับ ตอนนี้ที่กำลังเป็นที่สนใจกันก็เป็นความขัดแย้งในระดับประเทศชาติ แต่ถ้ามองในระดับที่ต่ำลงมาก็จะมีความขัดแย้งระหว่างองค์กรหรือหน่วยงาน ความขัดแย้งในหน่วยงานเดียวกัน ความขัดแย้งระหว่างบุคคลที่ทำงานร่วมกัน ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อนฝูง ความขัดแย้งภายในครอบครัว หรือที่สำคัญและเรามักจะละเลยคือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในตัวเราเองครับ

            ถ้าจะมองง่ายๆ เราก็จะสามารถบอกได้ว่าความขัดแย้งจะเกิดขึ้นเมื่อความเชื่อ ความต้องการ ความคิดเห็น ฯลฯ ระหว่างบุคคลหรือหน่วยงานที่ไม่ตรงและไม่สอดคล้องกัน นอกจากนี้เรายังพบอีกนะครับว่าความขัดแย้งยังเกิดขึ้น เมื่อสิ่งที่เราประพฤติ ปฎิบัติหรือดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ไม่ตรงกับค่านิยมหรือความเชื่อของบุคคลแต่ละคน ถ้าท่านยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ความถูกต้อง ความยุติธรรม แต่ถ้าเจ้านายของท่านสั่งให้ท่านบิดเบือนข้อมูลหรือตัวเลข ซึ่งเป็นการคดโกงหน่วยงานที่ท่านทำอยู่ ท่านก็มักจะเกิดความขัดแย้งระหว่างสิ่งที่ท่านเชื่อกับสิ่งที่ท่านจะต้องทำ ซึ่งก็มักจะนำไปสู่ความขัดแย้งภายใน

            เรามักจะนึกว่าความขัดแย้งเป็นสิ่งที่ไม่ดี เป็นสิ่งที่ต้องคอยหลีกเลี่ยง แต่จริงๆ แล้วไม่นะครับ เรื่องความขัดแย้งนั้น ถ้าใช้ให้ถูกที่ถูกเวลา ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อองค์กรได้เช่นเดียวกัน ความขัดแย้งอาจจะมีความจำเป็นที่ต้องทำให้เกิดในบางสถานการณ์อาทิเช่น เมื่อต้องการชี้ให้เห็นถึงปัญหาหรือมุมมองอีกมุมมองหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อทำงานกันเป็นกลุ่ม และทุกคนเห็นพ้องเห็นชอบเหมือนกันหมด ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ในขณะเดียวกันการเห็นชอบพ้องกันหมดนั้นก็ทำให้ขาดมุมมองที่หลากหลาย ดังนั้นการชี้ให้เห็นมุมมองที่แตกต่าง การกระตุ้นให้เกิดความขัดแย้ง อาจจะเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้กลุ่มได้มีมุมมองที่หลากหลาย

            นอกจากนี้ความขัดแย้งยังกระตุ้นให้เกิดความตื่นตัว ตื่นเต้น กระตือรือร้นมากขึ้น สังเกตได้ตั้งแต่จากระดับประเทศจนถึงระดับครอบครัวเลยครับ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ชาวไทยจำนวนมากหันมาให้ความสนใจ แสดงออก และมีความกระตือรือร้นในเรื่องของการเมืองการปกครองประเทศมากขึ้น หรือเมื่อมองในระดับครอบครัว คู่สามีภรรยาที่แต่งงานกันมานานก็อาจจะต้องมีการแหย่กันบ้าง เพื่อให้เกิดการงอนกันและสร้างความกระชุ่มกระชวยในชีวิตขึ้นมาบ้างครับ

            ในขณะเดียวกันถ้าเรามองโลกในแง่ดี ประโยชน์อีกประการของความขัดแย้งก็คือทำให้ทุกคนได้ยอมรับในความแตกต่างทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นระดับประเทศ ระดับองค์กร หรือ ระดับบุคคล ทุกคนล้วนแล้วแต่สามารถมีความแตกต่างทางความคิดได้ แต่หลายๆ ครั้งคนที่เป็นผู้นำของประเทศ องค์กร หน่วยงาน หรือ ครอบครัว ก็มักจะไม่ค่อยยอมรับหรอกครับว่าคนแต่ละคนมีความแตกต่างทางความคิดกันอยู่ จนกระทั่งเมื่อเกิดความขัดแย้งขึ้น ถ้าผู้นำที่ดีและเปิดใจให้กว้าง ก็จะสามารถเรียนรู้ถึงความแตกต่างทางความคิดจากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ เพียงแต่ประเด็นสำคัญคือแตกต่างทางความคิดได้ แต่ขออย่าให้แตกแยกนะครับ

            ที่สำคัญที่สุดคือความขัดแย้งยังเป็นยากระตุ้นชั้นดีที่นำไปสู่การคิดสิ่งใหม่ๆ และนวัตกรรมภายในองค์กร ความขัดแย้งนั้นจะเป็นการกระตุ้นให้ทุกคนได้เห็นมุมมองที่แตกต่างและหลากหลาย ในขณะเดียวกันความขัดแย้งยังเป็นยากระตุ้นชั้นดีที่จะทำให้ทุกคนช่วยกันหาทางออกสำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และจากความพยายามในการแสวงหาทางออกดังกล่าวก็อาจจะนำมาซึ่งนวัตกรรมที่องค์กรไม่เคยคิดถึงมาก่อนก็ได้นะครับ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศในปัจจุบัน ถ้าทุกฝ่ายร่วมกันร่วมกันหาทางออกสำหรับความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เราก็อาจจะได้นวัตกรรมทางการเมืองในรูปแบบใหม่ที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อนก็ได้นะครับ

            สิ่งที่เราต้องจดจำและเรียนรู้จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็คือเรื่องของความขัดแย้งก็มีด้านที่ดีเหมือนกันนะครับ ท่านผู้อ่านอย่าไปสับสนว่าความขัดแย้งจะนำไปสู่ที่ไม่ดีเสมอไปครับ ถ้าความขัดแย้งดังกล่าวไม่สามารถบริหารจัดการได้ นั้นแหละครับที่จะนำไปสู่สิ่งที่ไม่ดี แต่ถ้าเราสามารถบริหารจัดการความขัดแย้งให้ดีแล้ว เราอาจจะเกาะกุมหรือใช้ประโยชน์จากความขัดแย้งที่เกิดขึ้นก็ได้

            เราลองใช้ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแล้วเปลี่ยนปัญหาให้เป็นปัญญาซิครับ อาจจะหาทางออกใหม่ๆ ให้กับการเมืองและสังคมได้ ลองช่วยกันสร้างนวัตกรรมทางการเมือง และนวัตกรรมทางสังคมขึ้นมาซิครับ