Photo by Hermes Rivera on Unsplash

14 October 2007

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้นำเสนอความแตกต่างระหว่าง Leader กับ Manager แล้วมีโอกาสพบเจอท่านผู้อ่านหลายท่าน โดยส่วนใหญ่ก็มักจะมาสารภาพนะครับว่าสงสัยตัวเองจะมีความเป็น Manager มากกว่า Leader ซึ่งจริงๆ แล้วผมว่าท่านผู้อ่านจะเป็น Leader หรือ Manager นั้นอยู่ที่ตัวท่านผู้อ่านเป็นหลักนะครับ คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับพันธุกรรมหรอกครับ ดังนั้นเราต้องเริ่มตั้งมั่นครับว่าจะพัฒนาตนเองเป็น Leader ให้ได้ และการจะเป็น Leader ให้ได้นั้นปัจจัยที่สำคัญคือการคิดให้แตกต่างครับ โดยเป็นการคิดในเชิงพัฒนาและสร้างสรรค์ด้วยนะครับ เพื่อที่จะได้นำพาองค์กรและหน่วยงานของท่านสู่ความก้าวหน้า

ถ้าเราสามารถคิดให้สร้างสรรค์และแตกต่างจากผู้อื่นได้นั้น ย่อมจะทำให้องค์กรและหน่วยงานของเรามีความแตกต่างและพัฒนาที่แตกต่างจากผู้อื่น มิฉะนั้นถ้าทุกคนคิดเหมือนกันหมด ในเชิงธุรกิจแล้วสินค้าและบริการก็จะออกมาในลักษณะเดียวกัน เพื่อตอบสนองต่อลูกค้ากลุ่มเดียวกัน ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นเมื่อใด ลูกค้าเองเมื่อทางเลือกต่างๆ เหมือนกันหมด ก็จะเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ โดยพิจารณาที่ตัวราคาเป็นหลักครับ

ถ้าเรามองในภาพขององค์กรหรือหน่วยงานเป็นหลักแล้ว การที่องค์กรหรือหน่วยงานจะมีความแตกต่างทั้งในด้านของสินค้า บริการ หรือการดำเนินงานจากหน่วยงานได้นั้น ก็ต้องเริ่มจากบุคลากรในองค์กรที่สามารถคิดให้แตกต่างจากผู้อื่นก่อนครับ แต่ความยากในการคิดให้แตกต่าง อยู่ที่จุดเริ่มต้นครับ ทำอย่างไรถึงจะไม่ยึดติด ยึดมั่น ถือมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวิธีการแบบเดิมๆ ที่เคยประสบความสำเร็จ หรือ คิดว่าประสบความสำเร็จมาในอดีต เพราะถ้าขืนวิธีคิดของเรายังคงยึดมั่นกับสิ่งเดิมๆ ในอดีต

ท่านผู้อ่านที่อยากจะพัฒนาตัวเองเป็นผู้นำ อยากจะทำให้องค์กรและหน่วยงานของตนเองแตกต่างอาจจะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นกระบวนการในการคิดอย่างไร ก็ต้องเรียนว่าการคิดให้แตกต่างนั้นเริ่มจากพื้นฐานที่สำคัญสองประการครับ ประการแรก คืออย่ายึดติด ในสิ่งต่างๆ ดังที่ได้นำเสนอมาแล้ว ประการที่สอง คือ ต้องคอยเปิดตาให้กว้างไว้ครับ เพื่อมองหาจินตนาการ แรงบันดาลใจ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ และในการมองหาความคิดและโอกาสใหม่ๆ นั้นหลักสำคัญคือเราต้องอย่าไปยึดติดกับการมองเฉพาะในสิ่งที่เราคุ้นเคยนะครับ

การแสวงหาความคิดที่แตกต่าง หรือ โอกาสใหม่ๆ นั้นเราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากศูนย์ แต่อาจจะเป็นการยืมความคิดหรือนำความคิดใหม่ๆ นั้นมาจากธุรกิจหรืออุตสาหกรรมประเภทอื่น แล้วมาปรับใช้ในธุรกิจของเรา อย่างไรก็ดีการมองหาความคิดใหม่ๆ จากต่างอุตสาหกรรมนั้น ก็ต้องเริ่มต้นจากการปรับความคิดของเราก่อนนะครับ โดยเฉพาะความคิดที่ว่าธุรกิจของท่านแตกต่างจากผู้อื่น มีความเฉพาะตัว แล้วไม่สามารถเรียนรู้จากธุรกิจอื่นได้ ซึ่งต้องเรียนว่าไม่จริงครับ ถ้าท่านยังคิดแบบนั้นอยู่ แสดงว่าท่านยังวนเวียนกับอุปสรรคประการแรกในการคิดให้แตกต่างนะครับ นั้นคือความยึดติด

เรื่องที่แต่ละคนชอบคิดว่าองค์กรของตนแตกต่างและพิเศษนั้น ผมก็เจอมาเยอะครับ จากประสบการณ์ที่มีโอกาสเข้าไปสัมผัสองค์กรต่างๆ ทั้งภาคราชการและเอกชน จะพบอยู่เสมอครับว่าท่านผู้บริหารจากองค์กรจำนวนมากมักจะมีแนวคิดนี้อยู่ โดยเฉพาะที่จะชอบมองว่าองค์กรของตนเองนั้นมีลักษณะที่แตกต่างหรือแปลกกว่าที่อื่น ทำให้สิ่งต่างๆ ที่เคยใช้แล้วประสบความสำเร็จที่อื่นนั้น อาจจะใช้ไม่ได้ก็เป็นไปได้ ซึ่งสุดท้ายแล้วสิ่งที่ผมพบก็คือถึงแม้องค์กรต่างๆ จะมีความแตกต่างกันไป แต่แนวทางต่างๆ นั้นสามารถปรับใช้ได้กับองค์กรทุกลักษณะครับไม่ว่าราชการหรือเอกชน

ถ้าเรามัวแต่คิดว่าองค์กรของเรามีความแตกต่างแล้วไม่สามารถเรียนรู้จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจชนิดอื่นได้นั้น ก็จะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ และโอกาสในการคิดให้แตกต่างนะครับ การมองสิ่งต่างๆ ก็จะเป็นการมองภายใต้กรอบหรือข้อจำกัดเดิมๆ

ถ้าท่านอยากจะพัฒนาตัวเองให้เป็นผู้นำ ก็ต้องเริ่มจากการพยายามคิดหรือมองสิ่งต่างๆ ให้แตกต่างจากที่เคย โดยต้องเริ่มต้นจากการลด ละ เลิก ยึดติดกับความเชื่อ หรือ สิ่งเดิมๆ และแนวทางที่จะช่วยให้เราเริ่มคิดให้แตกต่างได้ ก็คือการลองเรียนรู้จากอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นๆ โดยอุตสาหกรรมหรือธุรกิจอื่นในที่นี้คือ ต้องเป็นคนละอุตสาหกรรมกันเลยนะครับ ไม่ได้หมายความถึงบริษัทอื่นที่เป็นคู่แข่งของท่านในธุรกิจเดียวกับท่าน เช่น ถ้าท่านเปิดร้านกาแฟ แล้วท่านอยากจะสร้างความแตกต่างให้กับร้านกาแฟของท่าน ถ้าท่านมัวแต่ศึกษาและเรียนรู้จากร้านกาแฟอื่นๆ ท่านก็เพียงแต่ทำในสิ่งที่คนอื่นเขาทำกันมาแล้ว แต่ท่านลองเรียนรู้จากธุรกิจประเภทอื่นได้ไหม แล้วนำสิ่งที่เรียนรู้นั้นมาปรับใช้ เพื่อให้ท่านได้เกิดความแตกต่างจากผู้อื่น

หรือในการบริหารหน่วยงานก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าท่านอยากจะให้หน่วยงานท่านเก๋ไก๋ เท่ห์กว่าหน่วยงานอื่นในองค์กรท่าน ท่านก็ต้องหันไปเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่นครับ เพื่อให้เกิดความแตกต่างจากหน่วยงานอื่นๆ ในองค์กรเดียวกับท่าน ในสัปดาห์หน้าผมจะขอมาลงรายละเอียดเพิ่มเติมนะครับว่าถ้าอยากจะคิดให้แตกต่างนั้น การเรียนรู้จากอุตสาหกรรมอื่นจะช่วยได้อย่างไร