Photo by Mapbox on Unsplash

7 October 2007

จากหัวข้อบทความในสัปดาห์นี้ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยนะครับว่า Leader กับ Manager นั้นต่างกันอย่างไร? ท่านผู้อ่านอาจจะเริ่มต้นจากการสังเกตรอบๆ ตัวท่านผู้อ่านนะครับ ว่าบรรดาผู้บริหารระดับกลางและระดับสูงในองค์กรของท่านเป็น Manager หรือ Leader? เราจะสังเกตเห็นผู้บริหารหลายๆ ท่านที่ดูแล้วก็มีการศึกษาที่ดี ผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาก็มาก เวลาพูดคุยก็ดูเป็นคนที่มีความคิดที่ดี แต่พอถึงคราวต้องตัดสินใจ หรือ เปลี่ยนแปลง กลับยึดติดกับของเดิมๆ ที่ทำมาตลอด ไม่ยอม ไม่กล้า และไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงใดๆ ท่านผู้อ่านลองเดาดูนะครับว่าบุคคลประเภทนี้ถือเป็น Leader หรือ Manager?

ในทางวิชาการเราแยกความแตกต่างระหว่าง Leader กับ Manager ไว้อย่างชัดเจน (ต้องขอใช้ทับศัพท์ภาษาอังกฤษนะครับ เนื่องจากพอใช้คำว่า ผู้นำ กับ ผู้จัดการ แล้วดูไม่ค่อยสื่อเท่าไรครับ) โดยผู้ที่มีหน้าที่เป็น Manager นั้น จะมีหน้าที่หลักในการดูแลการดำเนินงานในปัจจุบัน หรือสิ่งที่เป็นอยู่ให้เป็นไปด้วยความราบรื่น คอยกำกับดูแลการดำเนินงานต่างๆ ให้เป็นไปตามสิ่งที่ควรจะเป็น หรือ เป็นมาในอดีต และที่สำคัญ คือคอยดูแล ป้องกัน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากความผิดพลาดต่างๆ ถึงตอนนี้ท่านผู้อ่านอาจจะเริ่มมองเห็นแล้วนะครับว่าใครบ้างรอบๆ ตัวเราที่เป็น Manager ที่ดี (หรือแม้กระทั่งผู้บริหารระดับสูงของประเทศก็เช่นเดียวกันครับ)

สำหรับผู้ที่เป็น Leader นั้น จะมีหน้าที่ในการพัฒนา สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นแก่หน่วยงานและองค์กรของตนเอง คนที่เป็น Leader นั้นจะไม่หยุดนิ่งและพอใจกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมและโลกธุรกิจในปัจจุบัน ท่านผู้อ่านลองคิดดูซิครับว่า ถ้าท่านอยากจะเห็นองค์กรหรือหน่วยงานท่านมีความโดดเด่น แตกต่างจากองค์กรอื่น อยากจะเห็นองค์กรท่านประสบความสำเร็จเหนือองค์กรอื่น แต่องค์กรท่านยังมีวิธีการและแนวทางในการทำงานแบบเดิมๆ อยู่ คำถามก็คือ แล้ววิธีการทำงานแบบเดิมๆ นั้นจะช่วยให้เราแตกต่างหรือประสบความสำเร็จเหนือผู้อื่นได้อย่างไร

ผมเองจะพบเจอพวก Manager ค่อนข้างมากที่มักจะอ้างว่ามีประสบการณ์เยอะ ทำเรื่องนี้มานาน เป็นผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากในเมืองไทยยังเคารพและให้ความสำคัญกับเรื่องอาวุโสอยู่มาก แต่ก็ไปเจอคำกล่าวของ Kurt Tucholsky ซึ่งเป็นนักเขียนชาวเยอรมันที่บอกไว้ว่า “จงอย่าเชื่อผู้เชี่ยวชาญที่บอกว่าทำสิ่งต่างๆ มาด้วยวิธีการหรือแนวทางเดิมๆ มายี่สิบปี เนื่องจากเขาอาจจะทำผิดพลาดมาตลอดยี่สิบปีก็ได้” แสดงว่าที่มีประสบการณ์หรือทำกันมานานนั้น อาจจะทำในสิ่งที่ผิดมาตลอดก็ได้ หรือ สิ่งที่ทำมาในอดีตนั้นอาจจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบันแล้วก็ได้

Manager หลายๆ ท่านจะชอบคัดค้านเวลาใครนำเสนออะไรใหม่ๆ เข้าไป โดยมักจะอ้างว่า ไม่ดี ไม่เหมาะ มีโอกาสเสี่ยงสูง มีโอกาสเกิดข้อผิดพลาดสูง ฯลฯ เรียกได้ว่าสารพัดจะอ้าง และมักจะชอบอ้างต่ออีกนะครับว่า Manager เหล่านั้นมีประสบการณ์หรือเพดานบินมาเยอะกว่า แต่ที่น่าแปลกคือ Manager เหล่านั้นกลับไม่ได้เสนอสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเลย ซึ่งถ้ามองอีกมุมหนึ่งคือ Manager เหล่านั้นเขายึดคำสอนของนักวิทยาศาสตร์เอกของโลกอย่าง Albert Einstein ก็ได้นะครับ Einstein ได้กล่าวไว้ว่า (ขอยกมาเลยนะครับ) “The only sure way to avoid making mistakes is to have no new ideas!” ซึ่งก็พอจะแปลเป็นไทยได้ว่า “วิธีการเดียวที่จะหลีกเลี่ยงจากความผิดพลาด คือไม่เสนอความคิดใหม่ๆ”

ท่านผู้อ่านต้องระลึกไว้เสมอนะครับว่าอนาคตเป็นสิ่งที่เราสร้าง ไม่ใช่สิ่งที่เรารอให้เกิด ดังนั้นถ้าในองค์กรท่านมี Manager มากเกินไป ก็คงเหนื่อยครับ ในการเปลี่ยนแปลงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจาก Manager จะมีความสามารถในการหลีกเลี่ยงหรือลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด โดยไม่เสนอสิ่งใหม่ๆ และไม่เพียงแต่ไม่เสนอนะครับ กลับทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลองอีกต่างหาก

ผมโชคดีที่พบเจอผู้บริหารจำนวนมากที่มีความเป็น Leader สูง และผู้นำสูงสุดขององค์กรจำนวนมากที่ได้พบเจอก็มีลักษณะเป็น Leader ท่านเหล่านี้จะเข้าใจว่าเราอยู่ในโลกที่ไม่หยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นอกเหนือจากภาวะการแข่งขันที่น่ากลัวขึ้นทุกขณะแล้ว ลูกค้าเองก็มีทางเลือกต่างๆ มากขึ้นทุกขณะ ผู้ที่เป็น Leader จะคิดเสนอมว่าตนเองจะต้องคิดให้แตกต่างจากผู้อื่น เนื่องจากถ้าไม่สามารถคิดได้แตกต่างจากผู้อื่นแล้ว เราก็ยังทำงาน บริหารองค์กรเหมือนกับที่อื่น ซึ่งก็ทำให้ได้สินค้าและบริการที่เหมือนกับองค์กรอื่น รวมทั้งขายไปยังตลาดและกลุ่มลูกค้าเดียวกับผู้อื่นด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วเมื่อสินค้า บริการต่างๆ มีความเหมือนกัน คนที่เป็นลูกค้าก็จะอาศัยราคาเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ

ดังนั้นถ้าท่านผู้อ่านไม่อยากจะเป็นเหมือนผู้อื่นแล้ว คงต้องสวมวิญญาณความเป็น Leader นะครับ แล้วคิดให้แตกต่างจากผู้อื่น เหมือนกับที่ดาราอาวุโสของอเมริกา Woody Allen กล่าวไว้ครับ “To be successful, you have to be different” ถ้าเปรียบเสมือทีมฟุตบอล ผู้ที่เป็น Manager ก็เหมือนกับกองหลังและผู้รักษาประตู ที่ทำหน้าที่ในการเฝ้าไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามยิงเข้าประตูเราได้ ส่วน Leader นั้นเปรียบเสมือนกองกลางและกองหน้า ที่คอยทำหน้าที่ทะลุทะลวงประตูฝ่ายตรงข้าม ซึ่งในองค์กรก็ต้องมีทั้ง Manager กับ Leader แต่จะมีกลุ่มไหนมากกว่ากันนั้นก็อยู่ที่ว่าท่านจะเลือกเล่มเกมอุดประตูอยู่อย่างเดียว หรือ อยากจะชนะผู้อื่นด้วย