1 March 2006

เชื่อว่าท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนขาประจำในเรื่องของ Balanced Scorecard คงจะทราบกันแล้วนะครับว่าในวันที่ 27 มี.ค. นี้ Robert Kaplan หนึ่งในสองผู้คิดค้นเรื่องของ Balanced Scorecard (ร่วมกับ David Norton) จะมาบรรยายพิเศษที่กรุงเทพในหัวข้อเรื่อง Turning Execution into Competitive Advantage ซึ่งก็นับเป็นครั้งที่สามที่เขามาพูดเกี่ยวกับงานของเขาในรอบห้าหกปีนี้ครับ นอกเหนือจากจะมาบรรยายในหัวข้อดังกล่าวแล้ว ผมคิดว่าประเด็นสำคัญคงหนีไม่พ้นการมาโปรโมตหนังสือเล่มใหม่ของเขาที่เขียนร่วมกับ David Norton ชื่อ Alignment: Using the Balanced Scorecard to Create Corporate Synergies

            ในบันทึกของ Kaplan ที่ส่งมาโปรโมตงานสัมมนาในครั้งนี้ พอจะจับประเด็นได้ว่าจะมีสามเรื่องใหญ่ๆ ที่เขาจะพูดถึงในงานสัมมนาครั้งนี้ครับ เรื่องแรกก็หนีไม่พ้นการนำเนื้อหาจากหนังสือเล่มล่าสุดของเขามาเล่าให้พวกเราฟังครับ โดยในหนังสือเล่มล่าสุดของเขา ทั้งคู่ได้พยายามยก BSC ขึ้นไปใช้งานในอีกระดับหนึ่งครับ นั้นคือในระดับองค์กร (Corporate or Enterprise Level) เนื่องจากในอดีตนั้นเวลาเราพูดถึง BSC เรามักจะมุ่งเน้นในระดับของหน่วยธุรกิจที่มีลูกค้าที่จับต้องได้ชัดเจนเป็นหลัก แต่พอมาระดับองค์กรใหญ่แล้ว กลับขาดเครื่องมือที่จะทำให้เกิดความเชื่อมโยงหรือประสานกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างชัดเจน ท่านผู้อ่านอาจจะนึกถึงบรรดาองค์กรขนาดใหญ่ทั้งหลายในเมืองไทยก็ได้ครับที่มีบริษัทลูกหลายๆ บริษัท หรือ ประกอบด้วยหลายๆ ฝ่ายที่แต่ละฝ่ายมีลูกค้าและกลยุทธ์ของตนเองที่ชัดเจน เวลาเราพูดถึงกลยุทธ์ระดับองค์กร เราก็เลยมักจะพูดถึงว่าทำอย่างไรถึงจะทำให้หน่วยงานต่างๆ เหล่านั้นสามารถประสานและเชื่อมโยงกันได้อย่างอย่างชัดเจน เพื่อก่อให้เกิดภาวะที่เราคุ้นเคยกันดีในชื่อของ Synergy ทีนี้ในหนังสือเล่มใหม่ของ Kaplan และ Norton ทั้งคู่ก็เลยนำทั้งสี่มุมมองของ BSC มาจับเข้ากับการสร้าง Synergy ให้เกิดขึ้นในระดับองค์กร นั้นคือมีทั้ง Financial Synergies, Customer Synergies, Internal Process Synergies, Learning & Growth Synergies

            นอกเหนือจากเรื่องของการนำ BSC มาใช้ให้เกิด Synergy ระหว่างแต่ละหน่วยงานแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังเน้นในเรื่องของการทำให้หน่วยงานสนับสนุนมี BSC ของตนเองที่สนับสนุนทั้งหน่วยงานหลักและตัวองค์กรเอง เชื่อว่าปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆ องค์กรเผชิญ นั้นคือในหน่วยงานหลักนั้นไม่ค่อยยากที่จะสร้างแผนที่กลยุทธ์และตัวชี้วัดที่เหมาะสมและสอดคล้องกับตัวบริษัท แต่พอมาเป็นหน่วยงานที่เราเรียกกันว่า Back Office หรือหน่วยงานสนับสนุนนั้น กลับมักจะเจออุปสรรค ดังนั้นในหนังสือเล่มใหม่นี้ Kaplan และ Norton ก็เลยได้เสนอแนวทางในการที่จะเชื่อมโยงระหว่างการทำงานของหน่วยงานสนับสนุนเข้ากับการดำเนินงานในระดับองค์กร โดยมีการสร้าง Strategy Map หรือแผนที่กลยุทธ์มาตรฐานของหน่วยงานสนับสนุน ที่มีสี่มุมมองตามหลักของ BSC และวัตถุประสงค์หลักๆ นั้นก็เน้นทั้งประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของหน่วยสนับสนุนดังกล่าว ในขณะเดียวกันลูกค้าหรือผู้รับบริการของหน่วยสนับสนุนนั้นก็หนีไม่พ้นหน่วยงานอื่นๆ ภายในองค์กร รวมทั้งตัวบุคลากรอื่นๆ ภายในองค์กรด้วย

            นอกจากการทำ Strategy Map และ BSC ของหน่วยงานสนับสนุนแล้ว หนังสือเล่มใหม่ของทั้งคู่ยังพูดถึงการจัดทำ Strategy Map และ BSC ของกรรมการบริหาร หรือ Board of Directors ด้วยครับ ก็น่าสนใจดี โดยกรรมการบริหารของบริษัทก็มีการกำหนดวัตถุประสงค์ที่จะบรรุภายใต้แต่ละมุมมองครับ ตัวอย่างเช่น การเพิ่มความเข้มแข็งและจูงใจต่อการทำงานของผู้บริหารระดับสูง หรือ การดูแลในเรื่องของการหาผู้บริหารรุ่นใหม่ที่จะมาทดแทนผู้บริหารเดิม หรือ การติดตามเรื่องของความเสี่ยงที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง เป็นต้น ซึ่งในเรื่องนี้ก็เช่นเดียวกับของหน่วยงานสนับสนุนครับ ที่มีการทำออกมาเป็น Strategy Map และตัวชี้วัด ที่เป็นต้นแบบที่สามารถนำไปใช้ได้เลย

            อีกประเด็นที่ทั้งคู่เขียนถึงในหนังสือเล่มนี้คือการใช้แนวคิดในเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์หลัก หรือ ประเด็นกลยุทธ์ (เขาใช้ภาษาอังกฤษว่า Strategic Themes ครับ) โดยทั้งคู่ได้ให้ข้อเสนอแนะพร้อมทั้งยกตัวอย่างจากองค์กรจริงว่า ในองค์กรขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยหน่วยงานย่อยๆ จำนวนมากนั้น ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้น คือหน่วยงานต่างๆ นั้นขาดความเชื่อมโยงและทำงานกันเป็นไซโล (Silos) นั้นคือเหมือนกับแยกและไม่เกี่ยวข้องซึ่งกันและกัน โดยแต่ละหน่วยงานจะมุ่งเน้นแต่กลยุทธ์ของตนเอง จนลืมมองภาพรวมในระดับองค์กร แต่ถ้าองค์กรมีการกำหนดกลยุทธ์หลักที่เป็นกลยุทธ์ร่วมของทั้งองค์กร แล้วใช้ตัวกลยุทธ์หลักนี้เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความเชื่อมโยงในระหว่างหน่วยงานต่างๆ มากขึ้น โดยแต่ละหน่วยงานย่อยจะกำหนดกลยุทธ์ แผนที่กลยุทธ์ ของตนเองขึ้นมาโดยต้องให้สอดคล้องกับตัวกลยุทธ์หลัก รวมทั้งสอดคล้องกับการดำเนินงานภายใต้บริบทของตนเอง ในเรื่องของการบริหารโดยใช้ Themes นี้ทั้งคู่ได้แยกเรื่องออกมาเขียนเป็นบทความลงใน Harvard Business Review ฉบับเดือน มี.ค. 49 นี้ครับ ภายใต้หัวข้อ How to implement a new strategy without disrupting your organization ท่านที่สนใจก็ลองไปหาอ่านก่อนได้นะครับ

            เนื้อหาข้างต้นก็เป็นเนื้อหาหลักๆ ของ Kaplan และ Norton จากหนังสือเล่มใหม่ของเขาครับ อย่างไรก็ดี ทราบมาว่าที่จะมาเมืองไทยครั้งนี้ นอกจากเนื้อหาในหนังสือแล้ว Kaplan ยังจะพูดถึงเรื่องของหน่วยบริหารกลยุทธ์ (Office of Strategy Management) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ทั้งคู่แตกออกมาจาก BSC แล้วเริ่มมีหลายๆ องค์กรทั่วโลกเขานำไปใช้แล้ว (ผมเพิ่งเขียนเรื่องนี้ไปเมื่อเกือบสองเดือนที่ผ่านมาครับ ลองไปค้นหาของเก่าๆ ดูได้ครับ) และอีกประเด็นหนึ่งที่ Kaplan จะเน้นคือการบูรณาการการคิดต้นทุนตามกิจกรรม (Activity-Based Costing) ที่เขาเคยพัฒนาเอาไว้ ให้เข้ากับ BSC ซึ่งจริงๆ แล้วเขาพัฒนา ABC มาก่อน BSC แต่พอหันมาเล่น BSC ก็เลยให้ความสนใจกับ ABC น้อยลง พอตอนนี้เขาก็หันกลับมาเล่นเรื่อง ABC มากขึ้นอีกครั้ง โดยพัฒนาไปเป็น Time Driven ABC ครับ และเขาพยายามเชื่อม ABC และ BSC เข้าไว้ด้วยกัน โดยมองว่าจะเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการวางแผนกลยุทธ์กับการกำหนดงบประมาณในการดำเนินการ (Operating Budget)

            ท่านผู้อ่านที่สนใจก็ลองหาซื้อบัตรกันได้นะครับ อาจจะลองสอบถามไปทางเอเชียบุคส์ก็ได้นะครับ สุดท้ายก่อนจากกันผมขอฝากประชาสัมพันธ์เว็บของผมเองหน่อยครับ ในเว็บนี้จะมีเอกสารบรรยาย บทความบางบทความที่ได้เคยเขียนไปแล้ว รวมทั้งบทความพิเศษที่เขียนสำหรับเว็บโดยเฉพาะ อีกทั้งมี webboard ให้เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันด้วย สนใจก็แวะเข้าไปเจอกันได้ที่ www.pasuonline.net นะครับ