25 December 2005

สวัสดีปีใหม่ 2549 ครับท่านผู้อ่านทุกท่านและขอต้อนรับสู่ปีที่ห้าของผมกับผู้จัดการรายสัปดาห์ด้วยนะครับ สัปดาห์นี้ก็เป็นการต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่ได้นำเสนอแนวโน้มของแนวคิดทางด้านการบริหารจัดการที่น่าสนใจสำหรับปี 2549 โดยในสัปดาห์ที่แล้วเป็นเรื่องการให้ความสำคัญของคุณค่า (Value) ขององค์กร สัปดาห์นี้เรามาดูลองดูกันต่อนะครับว่าแนวคิดทางการบริหารที่สำคัญในปีใหม่นี้มีอะไรบ้าง โดยผมอาจจะขอเน้นในเรื่องของกลยุทธ์เป็นพิเศษนะครับ เนื่องจากเป็นสาขาที่ถนัด

ผมเองเริ่มมองเห็นว่าประเด็นหนึ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญทางด้านการบริหารในปีใหม่นี้จะหนีไม่พ้นการแสวงหากลยุทธ์ในการเติบโตที่เหมาะสม (Growth Strategies) ใหม่ๆ ท่านผู้อ่านอาจจะเริ่มสงสัยนะครับว่าผมหมายถึงอะไร? ต้องพาท่านผู้อ่านย้อนกลับมาดูหน่อยว่าในปัจจุบันองค์กรธุรกิจต่างๆ เวลาเขากำหนดกลยุทธ์ในการเติบโตนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะหนีไม่พ้นการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การบุกตลาดใหม่ การพยายามเพิ่มรายได้จากลูกค้า หรือการขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆ เหล่านี้เราเรียกว่าเป็นกลยุทธ์ในการเติบโต (Growth Strategies) ปัญหาที่ผมเชื่อว่าหลายๆ องค์กรจะเริ่มประสบและจะทวีความรุนแรงมากขึ้นก็คือจากกลยุทธ์หรือแนวทางเดิมๆ ในการเติบโตที่ใช้อยู่นั้นเริ่มจะไม่เพียงพอหรือไปถึงทางตันเสียแล้ว ช่องทางหรือแนวทางสำหรับการเติบโตเริ่มถึงทางตัน ไม่ว่าจะเป็นการออกสินค้าใหม่ๆ (คิดไม่ออกว่าจะออกสิ่งใด) หรือ การนำสินค้าเดิมบุกเข้าตลาดใหม่ (บุกเข้าไปทุกตลาดแล้ว) หรือ การขยายตัวเข้าสู่ธุรกิจใหม่ๆ (ไม่รู้ว่าจะเข้าสู่ธุรกิจไหนและจะคุ้มค่าหรือไม่) ฯลฯ

นอกจากนี้ภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรงขึ้นทุกขณะก็ทำให้โอกาสและช่องทางในการเติบโตเป็นไปได้อย่างลำบากมากขึ้น แนวโน้มที่เริ่มพบเห็นมากขึ้นก็คือองค์กรธุรกิจ ต่างดิ้นรนในการแสวงหาแนวทางหรือโอกาสใหม่ๆ ในการเติบโต เนื่องจากช่องทางหรือแนวทางเดิมๆ นั้นไม่เพียงพอต่อการเติบโตขององค์กรอีกต่อไป ผมเชื่อว่าในปีหน้าเราจะเห็นแนวคิดในการเติบโตด้วยนวัตกรรมหรือความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ มากขึ้น (Innovative Growth) ซึ่งจริงๆ แนวโน้มดังกล่าวก็เริ่มจะเห็นกันมากขึ้นแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตที่ไม่มุ่งเน้นในลูกค้าหรือตลาดกลุ่มเดิม และพยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น

อย่างไรก็ดีถึงแม้ว่าจะมีความตื่นตัวและให้ความสำคัญต่อการเติบโตในแนวทางใหม่ๆ มากขึ้น แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จนะครับ เชื่อว่าสุดท้ายแล้วคงจะมีเพียงองค์กรไม่กี่แห่งหรือผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถแหวกวงล้อมของการเติบโตแบบเดิมๆ เพื่อนำไปสู่การเติบโตได้ สุดท้ายแล้วองค์กรส่วนใหญ่ก็จะยังมุ่งเน้นการเติบโตในลักษณะเดิมๆ แบบที่เราคุ้นเคย ซึ่งทำให้การเติบโตขององค์กรเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดผลอย่างชัดเจน

นอกเหนือจากประเด็นเรื่องของการเติบโตแล้ว ประเด็นสำคัญอีกประการที่จะพบในปีหน้า ได้แก่การที่องค์กรจำนวนมากจะเริ่มหันกลับมาถามตนเองอีกครั้งว่า อะไรคือกลยุทธ์ขององค์กรกันแน่? รวมทั้งกลยุทธ์ที่ใช้อยู่มีความเหมาะสมหรือไม่? ทั้งนี้เนื่องจากความตื่นตัวในแนวคิดทางการบริหารต่างๆ ทำให้ผู้บริหารเริ่มมีความเข้าใจที่ชัดเจนมากขึ้นถึงลักษณะและความจำเป็นขององค์กร ก็จะเป็นช่วงที่หลายๆ องค์กรจะเริ่มหันกลับมาทบทวนตนเองอีกครั้งว่ากลยุทธ์ที่ตั้งขึ้นมานั้นเหมาะสมหรือไม่? และกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างแท้จริงหรือไม่?

ผู้บริหารในหลายๆ องค์กรจะเริ่มยอมรับกับตนเองว่าจริงๆ แล้วองค์กรของตนเองไม่มีกลยุทธ์อย่างแท้จริง หรือในบางองค์กรที่บอกว่าตนเองมีกลยุทธ์ ก็จะเริ่มกลับมาถามตนเองว่าสิ่งที่ตนเองมีนั้นเป็นกลยุทธ์จริงๆ หรือไม่? สิ่งที่หลายๆ องค์กรเรียกว่าเป็นกลยุทธ์นั้นจริงๆ แล้วอาจจะเป็นเพียงแค่นำเอาแผนปฏิบัติการหรือสิ่งที่แต่ละหน่วยงานจะทำ มาประกอบและเย็บรวมเป็นเล่มเท่านั้น ผู้บริหารหลายๆ ท่านได้เริ่มถามคำถามตนเองและตระหนักถึงปัญหาที่องค์กรประสบอยู่เกี่ยวกับกลยุทธ์มากขึ้น ทำให้เราจะเจอการทบทวนกลยุทธ์ของหลายๆ องค์กรมากขึ้น

อีกคำถามเกี่ยวกับกลยุทธ์ที่จะโผล่เข้ามาในปีใหม่นี้จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของวัฒนธรรม หรือ ค่านิยมขององค์กรครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงระหว่างกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร ในอดีตเราจะค่อนข้างปล่อยวัฒนธรรมองค์กรให้วิวัฒนาการไปเรื่อยๆ ตามสภาพของมัน แต่ตอนนี้ดูเหมือนผู้บริหารจำนวนมากจะเริ่มตระหนักแล้วว่าวัฒนธรรมหรือค่านิยมภายในองค์กรนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความสามารถขององค์กรในการผลักดันให้กลยุทธ์ประสบความสำเร็จ แนวโน้มที่เห็นมากขึ้นในหลายๆ ปีที่ผ่านมาคือการที่องค์กรต่างๆ มีการทบทวน ปรับปรุง และกำหนดวัฒนธรรมหรือค่านิยมขององค์กรให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์มากขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้เราสามารถมั่นใจได้ว่าถ้าวัฒนธรรมหรือค่านิยมสอดคล้องกับกลยุทธ์แล้ว สุดท้ายโอกาสที่กลยุทธ์จะประสบความสำเร็จก็จะมากขึ้น ดังนั้นในปีใหม่นี้เชื่อว่าจะพบเห็นองค์กรอีกจำนวนมากที่เริ่มหันกลับมาทบทวน ปรับเปลี่ยน และกำหนดวัฒนธรรมองค์กรของตนเองให้มีความชัดเจนและสอดคล้องกับกลยุทธ์มากขึ้น

ประเด็นสุดท้ายทางด้านกลยุทธ์ที่จะเริ่มพูดถึงกันมากขึ้นในปีนี้คือความเหมาะสมระหว่างตัวผู้นำในระดับต่างๆ และกลยุทธ์ คำถามที่สำคัญก็คือถ้าลักษณะหรือสไตล์หรือแนวทางในการบริหารของผู้นำไม่เหมาะสมกับกลยุทธ์ที่องค์กรควรหรือกำลังจะใช้ จะทำอย่างไร? เช่น เอาคนที่มีลักษณะเชิงอนุรักษ์มาบริหารองค์กรที่ต้องการการเติบโตอย่างสร้างสรรค์ หรือ นำผู้นำที่ใช้เงินเก่ง มาบริหารองค์กรที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวหลังจากขาดทุน? ประเด็นคือถ้าเกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างผู้บริหารกับกลยุทธ์ ท่านจะเปลี่ยนกลยุทธ์หรือเปลี่ยนผู้บริหาร? ซึ่งก็นำไปสู่อีกคำถามนะครับว่าเราควรจะเลือกผู้นำ (ไม่ใช่แค่ผู้นำสูงสุดนะครับ แต่ครอบคลุมผู้นำทุกระดับ) ตามกลยุทธ์ที่องค์กรใช้ หรือ เลือกผู้นำที่คิดว่าดีที่สุดมาก่อน แล้วให้ผู้นำท่านนั้นกำหนดกลยุทธ์ที่คิดว่าเหมาะสม (แต่อาจจะไม่เหมาะสมกับสถานการณ์)?

คำตอบต่อคำถามข้างต้นค่อนข้างจะยากนะครับ แต่คิดว่าจะเป็นประเด็นที่ผู้บริหารและหลายๆ องค์กรเริ่มถามกันมากขึ้น ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านคิดกันอย่างไรบ้างครับ?