20 March 2005

สัปดาห์ที่แล้วผมได้เริ่มต้นเกี่ยวกับแนวคิดของผู้นำในระดับที่ 5 (Level 5 Leadership) ซึ่ง Jim Collins ได้เขียนถึงไว้ในหนังสือขายดีและชื่อดังของเขาชื่อ Good to Great แนวคิดเกี่ยวกับผู้นำระดับที่ 5 นั้นแปลกและน่าสนใจในแง่ที่ว่าผู้นำขององค์กรที่สามารถนำพาองค์กรของตนเองจากองค์กรที่ดีแห่งหนึ่งเป็นองค์กรที่ดีสุดยอดได้นั้นมีลักษณะที่แตกต่างกันในตัวเอง นั้นคือ ผู้นำเหล่านั้นจะเป็นคนที่ถ่อมตัว ไม่ชอบโอ้อวดหรือตกเป็นข่าว แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่มีความมุ่งมั่นต่อการนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ สัปดาห์นี้เรามาดูถึงลักษณะที่น่าสนใจเกี่ยวกับคุณลักษณะของผู้นำระดับที่ 5 กันนะครับ

คุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผู้นำที่เป็นผู้นำระดับ 5 นั้นคือความมุ่งมั่นและทะเยอทะยานต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอันดับแรก จนกระทั่งอาจกล่าวได้ว่าผู้นำเหล่านี้ต้องการเห็นความสำเร็จขององค์กร มากกว่าความสำเร็จและความร่ำรวยของตนเอง ผู้นำประเภทนี้เรียกได้ว่ามีความรักและภักดีต่อองค์กรเป็นอย่างสูง เสียสละได้แม้กระทั่งความสุขหรือความสำเร็จส่วนตัว เพื่อความสำเร็จขององค์กร พวกผู้นำที่มุ่งเน้นความสำเร็จของตนเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นชื่อเสียง เกียรติยศ ทรัพย์สิน หรือความสำเร็จ จะยังไม่ถือว่าเป็นผู้นำระดับห้าที่จะนำพาองค์กรของตนเองจากองค์กรดีธรรมดาเป็นองค์กรที่ดีสุดยอดได้ครับ

นอกจากนี้ผู้นำเหล่านี้ยังต้องการเห็นความสำเร็จขององค์กรตนเองยั่งยืนและยืดยาวไปถึงผู้บริหารรุ่นต่อๆ ไป โดยผู้นำเหล่านี้ยอมที่จะอยู่หลังฉากเงียบๆ และไม่ชอบที่จะเปิดเผยตัวว่าเป็นผู้สร้างรากฐานและความสำเร็จสำหรับผู้นำรุ่นต่อๆ ไป ผมเองก็พบผู้นำในลักษณะนี้อยู่เหมือนกันนะครับ ที่จะมองว่าสิ่งที่ตนเองทำนั้นจะเป็นรากฐานสำหรับความสำเร็จและความยั่งยืนขององค์กรในยุคต่อไป โดยไม่สนใจว่าผู้นำในยุคต่อไปจะคำนึงถึงรากฐานที่ตนเองได้วางไว้หรือไม่ ซึ่งผู้นำเหล่านี้จะตรงกันข้ามกับผู้นำธรรมดาๆ หลายๆ คนที่มุ่งมั่นต่อความสำเร็จของตนเองเป็นหลัก ดังนั้นผู้นำประเภทหลังจะมุ่งมั่นแต่ความสำเร็จขององค์กรในยุคที่ตนเองเป็นผู้นำ แต่ไม่ให้ความสนใจต่อการวางรากฐานต่อความสำเร็จขององค์กรในยุคต่อๆ ไป ดังนั้นท่านผู้อ่านอาจจะเจอผู้นำที่ประสบความสำเร็จในการนำพาองค์กรสู่ความสุดยอดได้แต่ไม่ถือเป็นผู้นำระดับที่ห้า เนื่องจากพอผู้นำเหล่านี้หลุดพ้นจากตำแหน่ง องค์กรก็เริ่มตกต่ำลง เนื่องจากการขาดการวางรากฐานสำหรับความสำเร็จไว้ตั้งแต่ต้น

คุณสมบัติที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้นำระดับที่ห้าก็คือเป็นผู้ที่ถ่อมตัวและไม่ถือตัวเองเป็นหลัก ท่านผู้อ่านอาจจะสังเกตได้นะครับว่าเวลาพูดกับผู้บริหารที่เป็นผู้นำในระดับที่ห้า ผู้บริหารเรานั้นจะไม่พูดถึงสิ่งที่ตนเองได้ทำเลย แต่จะพูดถึงสิ่งที่ผู้บริหารหรือผู้ร่วมทีมคนอื่นๆ ได้ทำให้กับองค์กร ซึ่งจะต่างจากผู้นำที่เราเห็นหลายๆ คนที่ชอบถือตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล และมักจะมองว่าความสำเร็จขององค์กรนั้นเกิดขึ้นจากตัวเองเป็นหลัก เราอาจจะถือได้ว่าผู้นำระดับที่ห้านั้นจะค่อนข้างเป็นคนที่ถ่อมตัว เก็บตัว เงียบ ขี้อาย หรือแม้กระทั่งหลายๆ ครั้งอาจจะดูไม่มั่นใจ บุคคลเหล่านี้ไม่มีและไม่เคยมีความต้องการที่จะเป็นผู้นำประเภทที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักของวงการ 

แต่ในขณะเดียวกันผู้นำประเภทนี้ก็ไม่ได้เป็นคนใจอ่อนหรือโลเลนะครับ สิ่งที่ Jim Collins พบจากงานวิจัยของเขาก็คือ ผู้นำที่สามารถนำพาองค์กรสู่ความสุดยอดได้นั้น จะมีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอย่างสูง และจะทำทุกอย่างและทุกวิธีทาง (ในสิ่งที่ถูกต้องนะครับ) เพื่อนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ ดังนั้นในหลายๆ ครั้งเราอาจจะเจอผู้นำประเภทที่ห้าที่อาจจะดูใจร้ายก็ได้ เช่น ไล่ญาติตนเองออก หรือ ปิดโรงงานบางแห่งไป ซึ่งถึงแม้จะดูใจร้ายแต่ก็ทำเพื่อความสำเร็จขององค์กร

นอกจากนี้คุณลักษณะที่สำคัญอีกประการหนึ่งของผู้นำระดับที่ห้าก็คือ ผู้นำเหล่านี้มักจะมาจากภายในองค์กร จากหลักฐานงานวิจัยเขาจะไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำระดับที่ห้า กับการเป็นผู้บริหารที่มาจากภายนอกองค์กร 

คุณลักษณะที่น่าสนใจอีกประการก็คือผู้นำในระดับที่ห้าจำนวนมากมักจะพูดถึงความสำเร็จขององค์กรว่าสาเหตุหลักประการหนึ่งมาจากดวงหรือโชค (Luck) เช่นผู้บริหารที่เป็นผู้นำระดับที่ห้าคนหนึ่งระบุเลยครับว่าสาเหตุที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จก็คือ ความโชคดีที่เขาสามารถหาคนที่จะมาแทนเขาได้เหมาะสม หรือ ผู้บริหารอีกท่านหนึ่งที่เขียนหนังสือออกมา (ไม่ได้อยากจะเขียนนะครับ แต่ทนการขอร้องของลูกน้องและเพื่อนร่วมงานไม่ได้) ยังตั้งชื่อหนังสือไว้อย่างเก๋ไก๋เลยว่า I’m a Lucky Guy หรือ ผมเป็นคนโชคดี 

ซึ่งหนังสือ Good to Great เขาก็เขียนไว้ดีครับว่าทำไมผู้บริหารเหล่านี้ถึงมักจะให้ความสำคัญกับโชค ทั้งนี้เนื่องจากผู้นำระดับที่ห้า เมื่อสามารถนำพาองค์กรสู่ความสำเร็จ ก็มักจะมองออกไปจากตัวเองเพื่อหาบุคคลหรือเพื่อนร่วมงานที่จะรับความดีความชอบในการเป็นผู้มีส่วนร่วมและผลักดันต่อความสำเร็จขององค์กร แต่ถ้าหาไม่ได้ ก็มักจะไปลงเอยที่โชค เรียกได้ว่าเมื่อมีความสำเร็จเกิดขึ้น ก็มักจะชอบนึกว่าเป็นโชคดีของตนเองที่มีเพื่อนร่วมงานและลูกน้องที่ดี ในขณะเดียวกันเมื่อเหตุการณ์ไม่ดีผู้นำเหล่านี้จะไม่โทษโชคชะตาแต่จะมองว่าสาเหตุของความผิดพลาดและล้มเหลวนั้นมาจากตนเอง ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะตรงกันข้ามกับผู้นำทั่วๆ ไปที่เมื่อสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นก็มักจะโทษโชค แต่เมื่อมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นก็มักจะหันกลับมามองที่ตัวเองและคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ

ท่านผู้อ่านลองดูนะครับว่าพอจะรู้จักหรือรู้ว่ามีใครเป็นผู้นำระดับห้าบ้างไหม เหมือนกับจะหาไม่ยากแต่จริงๆ หายากนะครับ