19 September 2004

สัปดาห์นี้เรามาดูแนวคิดที่แปลก แต่น่าสนใจของบริษัทแห่งหนึ่งนะครับ บริษัทแห่งนี้ชื่อ SEMCO เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่จากบราซิลที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก สาเหตุที่บริษัทแห่งนี้มีชื่อเสียงไม่ใช่เพราะสินค้าหรือบริการของเขาหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะวิธีการและระบบในการบริหารของเขาซึ่งไม่เหมือนกับชาวบ้านเขา แต่ก็ยังสามารถทำให้ SEMCO ประสบความสำเร็จมาได้ สัปดาห์นี้เรามาดูแนวทางประการหนึ่งของเขานะครับ นั้นคือเรื่องของการให้พนักงานของบริษัทสามารถเลือกที่จะเกษียณอายุตนเองได้ตั้งแต่ยังหนุ่มสาว และกลับมาทำงานอีกครั้งเมื่อสูงอายุ หรือที่เขาเรียกว่า ‘Retire-a-Little Program’ กันนะครับ

ท่านผู้อ่านลองวาดกราฟชีวิตของท่านโดยดูจากในด้านต่างๆ กันดูนะครับ แล้วจะพบว่าถ้าดูทางด้านสุขภาพนั้นเราจะมีสุขภาพที่ดีที่สุดในช่วงของอายุยี่สิบถึงสามสิบกว่าๆ หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ตกต่ำลง และสุขภาพเราจะเริ่มแย่ตั้งแต่ช่วงหกสิบเป็นต้นไป แต่ถ้าสร้างกราฟที่แสดงถึงความมั่นคงทางการเงินนั้นจะพบว่าเราจะมีความมั่นคงทางการเงินในอายุช่วงห้าสิบถึงหกสิบปี และในกราฟสุดท้ายเวลาว่างที่เรามี เราจะพบว่าเวลาว่างของเรานั้นจะมีมากขึ้น เมื่อายุมากขึ้นจนกระทั่งช่วงหกสิบถึงเจ็ดสิบเราจะมีเวลาว่างมากที่สุด เมื่อพิจารณาดูกราฟทั้งสามเส้นแล้ว ท่านผู้อ่านจะพบว่าเราจะมีเวลาและเงินก็ต่อเมื่อเราเริ่มมีสุขภาพที่ไม่ดีแล้ว และในขณะที่เรายังแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดี  ความมั่นคงทางการเงินกลับยังไม่ค่อยมีเท่าใด แถมเวลาว่างก็ไม่ค่อยจะมีด้วย ท่านผู้อ่านหลายๆ ท่านอาจจะคิดว่าก็เหมาะสมแล้ว ในเมื่อเรายังมีแรง มีสุขภาพที่ดีอยู่ ก็สมควรที่จะทำงานหนักๆ เพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเมื่อเรามีความมั่นคงทางการเงินแล้ว ในช่วงที่เรามีอายุมากขึ้น เราก็จะมีเวลาว่างมากขึ้น ทำให้ในช่วงเวลานั้นเราสามารถนำเงินและเวลาที่มีอยู่ไปทำในสิ่งที่เราต้องการ

แนวคิดข้างต้นอาจจะเป็นแนวคิดของเราทั่วๆ ไป แต่ที่ SEMCO นั้นเขาจะมองจากอีกมุมหนึ่งครับ นั่นคือเขามองว่าคนทุกคนย่อมมีความฝันที่อยากจะเรียนรู้หรือทำอะไรซักอย่างในชีวิต แต่เมื่อมีเวลาและมีเงินที่จะทำในสิ่งที่ฝันนั้น คนเรากลับอายุมากขึ้นจนบางครั้งอาจจะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำตามในสิ่งที่ฝัน ดังนั้นที่บริษัท SEMCO เขาจึงได้สร้างระบบเพื่อหาทางให้พนักงานของเขาสามารถทำตามฝันในช่วงเวลาที่ยังแข็งแรงอยู่ และในขณะเดียวกันเมื่อมีเวลาว่าง ถ้าอยากจะมาทำงานก็สามารถกลับมาทำงานได้

ใน Retire-a-Little Program นั้น พนักงานสามารถขอเกษียณอายุตนเองจากบริษัทได้ทีละนิดตามที่ต้องการ เช่น ร้อยละ 10 ของเวลาทำงานทั้งหมด ซึ่งจะเท่ากับหนึ่งบ่ายต่อสัปดาห์ โดยที่บริษัทเองก็จะหักเงินออกจากเงินเดือนของพนักงานเพียงนิดหน่อย ซึ่งถือเป็นค่าที่พนักงานซื้อเวลาของเขาไป สมมติเช่น ในทุกบ่ายวันพุธ ท่านผู้อ่านไม่จำเป็นต้องไปทำงาน และสามารถไปทำหรือเรียนรู้ในสิ่งที่ท่านอยากหรือต้องการได้ (ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเป็นสิ่งที่ท่านคิดไว้ว่าอยากจะทำตอนเกษียณอายุ) เช่น การไปตกปลา การทำสวน การปลูกต้นไม้ การไปเข้าคอร์สเรียนทำอาหาร การตีกอล์ฟ ฯลฯ ดังนั้นถึงแม้เงินเดือนของท่านอาจจะถูกหักลงบ้างเล็กน้อย แต่พนักงานของ SEMCO ก็จะมีอิสระที่จะไปทำในสิ่งที่ตนเองต้องการได้

นอกเหนือจากการให้เกษียณได้ล่วงหน้าในลักษณะนี้แล้ว พนักงานยังได้รับคูปอง สำหรับการทำงานภายหลังจากที่เกษียณ นั้นคือ ถ้าท่านหยุดทุกวันพุธบ่าย เป็นเวลาหนึ่งร้อยครั้ง ท่านก็จะได้รับคูปองที่ทำให้ท่านสามารถกลับเข้ามาทำงานที่ SEMCO ได้ (อันนี้ขึ้นอยู่กับความสมัครใจนะครับ) โดยเมื่อท่านนำคูปองเหล่านี้เข้ามาแลก ท่านก็อาจจะบอกบริษัทว่า ท่านอยากจะทำงานทุกวันพุธเป็นเวลาสองปีตามคูปองที่ท่านมีอยู่ โดยได้รับผลตอบแทนตามสัดส่วนของวันทำงานของท่าน ด้วยโครงการนี้ทำให้พนักงานของ SEMCO สามารถแลกวันเกษียณได้ล่วงหน้า กับการทำงานในอนาคต ดังนั้นในช่วงที่ยังแข็งแรงอยู่ ท่านก็สามารถไปทำในสิ่งที่ท่านต้องการ และเมื่อเข้าสู่ช่วงที่มีเวลาว่างมาก ก็สามารถกลับมาทำงานได้บ้าง เพื่อลดความเหงา และนำประสบการณ์ที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์

เป็นอย่างไรบ้างครับโครงการ Retire-a-Little ท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นอย่างไร? ทางบริษัท SEMCO เองเขาก็ยังไม่มั่นใจนะครับว่าโครงการนี้จะสำเร็จมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ว่า บริษัทจะยังคงดำรงอยู่หรือไม่ เมื่อพนักงานเกษียณอายุจริงๆ หรือ ในอนาคตอาจจะมีผู้สูงอายุที่อยากจะกลับมาทำงานมากกว่างานที่มีก็ได้ ทางบริษัท SEMCO เองเขาก็คิดเอาไว้แล้วครับว่า เมื่อถึงเวลา ถ้ามีปัญหาก็ต้องค่อยๆ แก้กันไปครับ แต่เขาเองมั่นใจว่าโครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อทั้งตัวพนักงานและบริษัทเอง เนื่องจากพนักงานก็จะไม่เกิดแรงกดดันหรือความเครียดในการทำงาน สามารถไปทำในสิ่งที่ตนเองต้องการ ซึ่งสุดท้ายแล้วบริษัทก็จะได้พนักงานที่เรียกได้ว่ามีคุณภาพและพร้อมที่จะทำงาน อีกทั้งเมื่อมีโครงการแบบนี้แล้วก็จะเป็นการลดอัตราการลาออกของพนักงาน ทำให้พนักงานอยู่กับบริษัทนานขึ้น

ไม่ทราบว่าในเมืองไทยได้มีบริษัทไหนนำโครงการในลักษณะนี้มาใช้บ้างหรือยังครับ? ถ้ามีก็เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมทางการบริหารทีเดียว แต่จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้บริหารระดับสูงเห็นความสำคัญของการที่พนักงานของตนเองสามารถสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานกับชีวิตส่วนตัวได้นะครับ สัปดาห์หน้าผมยังมีไอเดียเก๋ๆ ของบริษัท SEMCO มาฝากเพิ่มเติมครับ