18 April 2004

ขอต้อนรับท่านผู้อ่านทุกท่านจากวันหยุดสงกรานต์นะครับ หวังว่าทุกท่านคงจะได้พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ สัปดาห์นี้ผมอยากจะพูดถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่เพิ่งซื้อมาจากร้านเอเซียบุคส์ครับ ชื่อ How to Become CEO: The Rules for Rising to the Top of Any Organization เขียนโดย Jeffrey J. Fox (เป็นหนังสือขายดีติดอันดับของ Amazon.com ด้วยครับ) ถ้าจะแปลเป็นไทยก็พอจะแปลได้ว่า “อยากจะเป็น CEO ต้องทำอย่างอย่างไร” เห็นตอนแรกก็นึกว่าเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งเกี่ยวกับ CEO ที่ในปัจจุบันออกมามากมายเต็มไปหมด แต่พอพลิกอ่านดูแล้วน่าสนใจดีครับ แถมถ้าอ่านตอนอารมณ์ดีๆ ก็จะรู้สึกว่าผู้เขียน เขียนได้เสียดสีและตรงไปตรงมาพอสมควร ในหนังสือเล่มนี้จะนำเสนอพฤติกรรมหรือแนวทางปฏิบัติสำหรับผู้ที่อยากจะเป็น CEOทั้งหมด 75 ประการ เราลองมาดูกันในบางประเด็นกันนะครับ

  • ให้เลือกงานที่ให้เงินเดือนสูงสุด ถ้ากำลังหางานทำอยู่ก็ให้เลือกงานที่ให้เงินเดือนสูงสุด หรือถ้ากำลังย้ายงานในบริษัทก็ให้เลือกงานอะไรก็ได้ที่ให้เงินเดือนสูงสุด (อ่านดูตอนแรกก็รู้สึกขัดๆ ยังไงชอบกลนะครับ ลองดูเหตุผลของผู้เขียนเขาก็แล้วกันนะครับ) เหตุผลของการสนับสนุนให้เลือกงานที่มีเงินเดือนสูงสุด เนื่องจาก 1) การมีเงินเดือนสูงจะทำให้ผลประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับพลอยสูงไปด้วย เนื่องจากผลประโยชน์อย่างอื่นมักจะคิดจากฐานเงินเดือนเป็นหลัก 2) ยิ่งเงินเดือนสูงเท่าใด ผู้บริหารระดับสูงย่อมจะมองเห็นในตัวท่านและงานของท่านมากขึ้น 3) ยิ่งได้รับเงินเดือนสูงเท่าใด ความคาดหวังของบริษัทจากตัวท่านก็จะเพิ่มมากขึ้น ความรับผิดชอบ งานที่ได้รับ ก็จะยิ่งมีความท้าทายและสำคัญมากขึ้น ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้ท่านได้แสดงฝีมือ 4)ถ้ามีคนสองคนที่มีโอกาสได้รับเลือกให้เลื่อนขั้น คนที่มีเงินเดือนสูงกว่าย่อมมีโอกาสที่จะได้รับเลือกมากกว่าผู้ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า (เป็นอย่างไรบ้างครับ? อ่านดูแล้วแปลกแต่น่าสนใจดีนะครับ)
  • อย่าเขียนบันทึกหรือส่งข้อความในเชิงลบให้กับเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน หรือแม้กระทั่งลูกน้อง คำว่าเชิงลบในที่นี้หมายถึงการวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย การทำให้ผู้อื่นเจ็บแค้น หรือเสียใจ พูดง่ายๆ ก็คืออย่าไปสร้างศัตรูในการทำงาน เนื่องจากโลกธุรกิจจริงๆ แล้วแคบมาก มีการย้ายงาน เลื่อนตำแหน่ง มีเพื่อนที่มีอำนาจ องค์กรต่างๆ อาจจะมีการรวมตัวหรือเข้าไปซื้อองค์กรอื่น ดังนั้นไม่แน่ว่าคนที่เราไปสร้างความเจ็บช้ำให้ อาจจะโผล่มาให้เราเจอในอีกสถานะหนึ่งในวันข้างหน้าก็ได้
  • ให้หลีกเลี่ยงจากงานเลี้ยงของบริษัท (ฟังดูก็ขัดๆ กับสิ่งที่เรารู้สึกหรือเชื่อกันนะครับ) ถ้าอยากจะไปงานเลี้ยงจริงๆ ให้ไปงานเลี้ยงของครอบครัวหรือเพื่อนฝูงมากกว่า เนื่องจากงานเลี้ยงของบริษัทจริงๆ ไม่ได้เป็นงานเลี้ยงหรอกครับ แต่เป็นงานธุรกิจมากกว่า แต่ถึงแม้ท่านจะไม่ไปก็ต้องหาทางเลี่ยงนะครับ อย่าไปประกาศหรือแสดงความไม่เห็นด้วยอย่างโจ่งแจ้ง แต่ถ้าที่องค์กรของท่านงานเลี้ยงเหล่านี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ท่านก็จะต้องเข้าร่วม แต่มีข้อแม้ว่าอย่าดื่มสุราและให้อยู่ไม่เกิน 45 นาที หาข้ออ้างหลบเลี่ยงมา 
  • เป็นมิตรที่ดีกับลูกน้องของเพื่อนร่วมงาน เพราะอย่าลืมว่าเพื่อนร่วมงานของท่าน คือคู่แข่งของท่าน ถ้าบุคคลเหล่านั้นสนับสนุนท่าน ก็จะช่วยให้งานของท่านสำเร็จได้ถึงแม้เพื่อนร่วมงานอาจจะไม่สนับสนุนท่านเท่าที่ควร ถ้าเพื่อนร่วมงานของท่านพูดถึงท่านในเชิงดี ลูกน้องของเขาก็จะแสดงอาการที่เห็นด้วย แต่ถ้าพูดไม่ดีลูกน้องของเขาก็จะไม่เห็นด้วย เนื่องจากพวกเขามีทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับตัวท่านอยู่แล้ว
  • ให้มาถึงที่ทำงานก่อนคนอื่น 45 นาทีและกลับบ้านหลังคนอื่น 15 นาที เพราะการมาทำงานเร็วเป็นการแสดงให้เจ้านายเห็นว่าท่านชอบทำงานมากน้อยเพียงใด (เวลาท่านไปดูหนัง คงไม่ได้เข้าโรงภาพยนตร์ช้าไป 20 นาทีนะครับ) และการไปถึงที่ทำงานเร็วก่อนคนอื่นยังเป็นการเตรียมพร้อมทางด้านจิตใจและสมาธิก่อนเพื่อนร่วมงานคนอื่น ขณะเดียวกันก็ไม่ต้องทำงานดึกดื่นถึงสี่ทุ่มทุกคืนนะครับ มันเป็นการแสดงให้เห็นว่าท่านทำงานไม่ทัน และยังส่งผลต่อชีวิตส่วนตัวของท่านอีก ให้ออกหลังจากคนอื่นหรือหลังเลิกงานสิบห้านาทีก็พอครับ ทำให้ท่านมีเวลาเตรียมงานสำหรับวันรุ่งขึ้น และขณะเดียวกันท่านก็กลับดึกกว่าคนอีก 95 ในบริษัทท่าน ภาพลักษณ์ของการเป็นคนทำงานหนักก็ยังคงอยู่ติดตัวท่าน
  • อย่าเอางานกลับไปทำที่บ้าน (อาจจะมีข้อยกเว้นเช่นอ่านพวกบันทึกเบาๆ หรืออ่านรายงานประจำเดือน) การนำงานกลับไปทำที่บ้านแสดงให้เห็นว่าท่านไม่สามารถบริหารเวลาได้อย่างดี หรือเป็นพวกทำงานช้า ไม่เสร็จเสียที และส่งผลเสียต่อชีวิตครอบครัวของท่านด้วย
  • ในโอกาสที่เหมาะสมให้ส่งบันทึกไปยังผู้อื่นที่เขียนด้วยลายมือของท่านเอง เนื่องจากบันทึกที่เขียนด้วยลายมือจะแสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ ความเป็นส่วนตัว และท่านให้ความสำคัญกับบุคคลผู้นั้น ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความยินดี เสียใจ คำชมเชย ข้อมูลที่ผู้อื่นควรรู้ 

เป็นอย่างไรบ้างครับข้อเสนอแนะบางประการจากหนังสือเล่มนี้ ผมว่าแปลกแต่ก็น่าสนใจดีนะครับ ไม่ได้แนะว่าต้องเชื่อทุกข้อนะครับ แต่คิดว่าให้มุมมองที่ใหม่และน่าสนใจทีเดียว ถ้าสนใจก็ลองหาอ่านกันดูนะครับ เป็นหนังสือที่เล่มไม่ใหญ่และอ่านง่าย