21 December 2003

ในสัปดาห์นี้เรายังคงอยู่ในเรื่องของนวัตกรรมต่อเนื่องจากสองสัปดาห์ที่ผ่านมานะครับ แต่ในสัปดาห์นี้ผมอยากจะเน้นในประเด็นของการเตรียมองค์กรให้มีความพร้อมต่อนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้น ในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมนำเสนอถึงความสำคัญของนวัตกรรมต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กร และในขณะเดียวกันเราก็มองว่านวัตกรรม หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสิ่งใหม่ๆ หรือคล้ายๆ กับหลักการในเรื่องคิดใหม่ ทำใหม่ของรัฐบาล เมื่อพูดถึงนวัตกรรมกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่ายและไม่ยากที่จะทำให้เกิดขึ้นในองค์กร แต่จากประสบการณ์ที่ผมเจอการที่จะพัฒนาองค์กรให้มุ่งเน้นและมีความสามารถในด้านนวัตกรรมได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกับที่ได้ยินมา มีองค์กรจำนวนมากในไทยที่ได้ใส่คำว่า นวัตกรรม (Innovation) ไว้ในวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ หรือคำขวัญขององค์กร แต่ก็เป็นเพียงแค่เอาคำไปใส่ไว้ให้ดูโก้เก๋เท่านั้น แต่องค์กรกลับไม่ได้มีลักษณะหรือความพร้อมที่ใกล้เคียงกับคำว่านวัตกรรมแต่อย่างใด ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนกันนะครับว่าความสามารถทางด้านนวัตกรรมเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อความสำเร็จในการดำเนินงานขององค์กร แต่การพัฒนาให้องค์กรมีความสามารถทางด้านนวัตกรรมอย่างแท้จริงนั้นกลับไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนที่พูดหรือเขียนไว้

ในสัปดาห์นี้เรามาลองดูพฤติกรรมที่สำคัญสองประการที่ขวางกั้นไม่ให้องค์กรมีความสามารถด้านนวัตกรรมกันก่อนนะครับ จริงๆ แล้วพฤติกรรมทั้งสองประการอาจจะมองเป็นพฤติกรรมเดียวกันก็ได้ และผมเชื่อว่าเป็นพฤติกรรมที่เราพบเห็นได้บ่อยๆ พฤติกรรมแรกได้แก่ภาวะของการหลงตนเอง หรือที่ชอบเรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Complacency ซึ่งพฤติกรรมการหลงตัวเองนี้เป็นสิ่งที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่การแข่งขันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นในปัจจุบัน พฤติกรรมการหลงตัวเองนั้นอาจจะเกิดขึ้นจากสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในอดีตที่มีและสั่งสมมานาน การได้รับการยกย่องเชิดชูมาตลอด ทำให้ทั้งผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรมีความรู้สึกเหมือนกับว่าตนเองอยู่บนหอคอยงาช้าง และคิดว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่อดีตนั้นจะอยู่ติดตัวตลอดไปเรื่อยๆ ทำให้ไม่พร้อมที่จะเปิดรับต่อสิ่งใหม่ๆ และคิดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูซิครับ องค์กรเหล่านี้มักจะชอบมีคำกล่าวอ้างในลักษณะที่ว่า “ทำไมจะต้องเปลี่ยนแปลงด้วย ในเมื่อสิ่งที่ทำมาในอดีตก็ประสบความสำเร็จด้วยดี” ทัศนคติในลักษณะดังกล่าวอาจจะเหมาะสมในอดีต แต่ในสภาวะที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงและเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ถ้าองค์กรใดยังมีทัศนคติดังกล่าวอยู่ก็น่าเป็นห่วงครับ เพราะกว่าที่เราจะรู้ตัวว่าสิ่งที่เคยทำมาในอดีตไม่สามารถใช้ได้แล้ว คู่แข่งอื่นๆ เขาคงเคลื่อนไปไกลกว่าที่เราจะปรับตัวได้ทันแล้ว

พฤติกรรมที่สองถือเป็นโรคชนิดหนึ่งครับ ในแวดวงวิชาการโดยเฉพาะทางด้านการบริหารนวัตกรรมและเทคโนโลยี เรารู้จักกันดีในชื่อของโรค NIH (NIH Syndrome) ซึ่งย่อมาจาก Not-Invented-Here Syndrome ซึ่งในอดีตเราคิดว่าจะเจอเฉพาะในหมู่พวกวิชาชีพเฉพาะเช่น นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักวิชาการ แต่ปัจจุบันผมพบว่าโรค NIH นี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป ขออธิบายก่อนนะครับว่าโรค NIH เป็นอย่างไร จริงๆ ชื่อ Not-Invented-Here บอกไว้อย่างชัดเจนแล้วครับ บุคคลหรือองค์กรใดที่เป็นโรคนี้มักจะคิดว่าสิ่งใดก็ตามที่ถูกคิดค้นหรือพัฒนาหรือนำมาจากภายนอกองค์กร หรือไม่ได้เป็นสิ่งที่ตนเองคิดและพัฒนาขึ้นมาเองใช้ไม่ได้ทั้งสิ้น จริงๆ แล้วโรค NIH ก็ถือเป็นลักษณะของการหลงตัวเองอย่างหนึ่ง แต่นอกจากจะหลงตัวเองแล้วยังมองว่าคนอื่นกระจอกหมด ท่านผู้อ่านลองมองไปในองค์กรของท่านซิครับว่ามีผู้บริหารหรือบุคคลที่เป็นโรคนี้หรือไม่ พวกนี้จะมองว่าสินค้า บริการ แนวคิด หรือสิ่งที่องค์กรอื่นทำเป็นสิ่งที่ใช้ไม่ได้ สิ่งที่ดีที่สุดจะต้องเกิดขึ้นจากตนเองหรือในองค์กรตนเองเท่านั้น ถ้าองค์กรใดหรือบุคคลใดที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำตัว ก็จะมีลักษณะที่ปิดหูปิดตา ไม่พร้อมที่จะรับรู้หรือเปิดรับต่อพัฒนาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายนอกองค์กร องค์กรที่เป็นโรค NIH ก็จะส่งผลต่อความสามารถในด้านนวัตกรรมของตนเองอย่างมาก เนื่องจากนวัตกรรมในปัจจุบันไม่ได้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันนวัตกรรมใหม่ๆ ที่บังเกิดผลมักจะมาจากภายนอก แล้วองค์กรเองจะต้องปรับสิ่งที่ได้รับจากภายนอกเข้ามาใช้ในองค์กรมากกว่า ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือกรณีของบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง General Electrics (GE) กับการนำแนวคิดของ Six Sigma มาใช้ ที่ในปัจจุบัน GE ได้กลายเป็นต้นแบบในการนำ Six Sigma มาใช้ให้กับองค์กรอื่นทั่วโลก Six Sigma ไม่ได้เกิดขึ้นจาก GE แต่ ผู้บริหารสูงสุดของ GE ในสมัยนั้นอย่าง Jack Welch ก็พร้อมที่จะเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากภายในองค์กร แล้วนำมาปรับใช้จนประสบความสำเร็จในองค์กรตนเอง

เป็นอย่างไรครับพฤติกรรมทั้งสองประการ ที่องค์กรของท่านผู้อ่านมีพฤติกรรมทั้งสองอย่างเกิดขึ้นหรือไม่? ถ้ามีท่านผู้อ่านคงต้องกลับมานั่งคิดก่อนนะครับว่าถ้าต้องการให้องค์กรของท่านมุ่งเน้นหรือมีความสามารถในด้านนวัตกรรม จะต้องทำอย่างไรถึงจะทำให้พฤติกรรมทั้งสองประการหายไปจากองค์กรได้ มิฉะนั้นความสามารถในด้านนวัตกรรมขององค์กรก็ยากที่จะเกิดขึ้น และไม่ใช่แค่ความสามารถในด้านนวัตกรรมอย่างเดียวนะครับ ความสามารถในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงก็จะลดน้อยลงไปด้วย