9 November 2003

ในความคิดเห็นของผม ผู้บริหารหรือผู้นำสูงสุดขององค์กรถือเป็นผู้ที่มีบทบาทที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวขององค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่สภาวะแวดล้อมทางการแข่งขันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บทบาทของผู้นำสูงสุดยิ่งทวีความชัดเจนมากขึ้น ทำให้ในระยะหลังได้เริ่มมีการวิจัยในเรื่องบทบาทหรือความสำคัญของผู้นำสูงสุดต่อความสำเร็จขององค์กรออกมามากขึ้น บริษัทที่ปรึกษาทางด้านการจัดการแห่งหนึ่งของอังกฤษได้มีการสอบถามบริษัทต่างๆ ว่าตัวผู้บริหารสูงสุดของแต่ละองค์กร มีบทบาทหรือความสำคัญต่อชื่อเสียงขององค์กรธุรกิจมากน้อยเพียงใด ซึ่งในปี 1997 นั้นอยู่ที่ประมาณร้อยละ 40% แต่พอมาปีนี้ปรากฎว่าสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 50 ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงบทบาทหรือความสำคัญของผู้บริหารสูงสุดต่อชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของแต่ละองค์กร ซึ่งพบว่าผู้บริหารสูงสุดเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ของแต่ละองค์กรเลยทีเดียว ไม่ทราบว่าพอจะเป็นข้อสรุปได้หรือไม่นะครับว่า ถ้าอยากจะทำให้ชื่อเสียงหรือภาพลักษณ์ขององค์กรดีขึ้น จะต้องเริ่มต้นจากตัวผู้บริหารสูงสุดก่อนเพื่อน

นอกเหนือจากความสำคัญของผู้บริหารสูงสุดต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กรแล้ว ตัวผู้บริหารสูงสุดยังมีผลต่อความสามารถในการทำกำไรของแต่ละองค์กรด้วย โดยได้มีการวิจัยจากทางคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดที่ได้ทำการศึกษาองค์กรต่างๆ ย้อนหลังกลับไป 20 ปี  (ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วในแต่ละองค์กรจะเปลี่ยนผู้บริหารสูงสุด 3 ท่านในช่วงระยะเวลา 20 ปี) ในแต่ละอุตสาหกรรมถึงบทบาทหรือความสำคัญของผู้บริหารสูงสุดต่อกำไรของแต่ละองค์กร ซึ่งผลปรากฎว่าสัดส่วนของความสำคัญของผู้บริหารสูงสุดที่ส่งผลกระทบต่อกำไรขององค์กรเปลี่ยนไปตามแต่ละอุตสาหกรรม ในอุตสาหกรรมบริการเช่น โรงแรม จะพบว่าผู้บริหารสูงสุดมีผลต่อร้อยละ 41 ของกำไรของแต่ละบริษัท แต่ในบางอุตสาหกรรมเช่น กระดาษ ผู้บริหารสูงสุดมีผลต่อกำไรเพียงแค่ร้อยละ 4.6 และโดยเฉลี่ยแล้วผู้นำสูงสุดมีอิทธิพลถึงร้อยละ 14 ต่อผลกำไรของแต่ละบริษัท พูดง่ายๆ ก็คือโดยเฉลี่ยแล้วตัวผู้นำสูงสุดของแต่ละองค์กร ส่งผลต่อร้อยละ 14 ของกำไรที่แต่ละองค์กรจะได้ นอกจากนี้ผลการวิจัยชิ้นเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่าผลกระทบของผู้นำสูงสุดต่อกำไรของแต่ละบริษัทยังจะทวีความสำคัญมากขึ้นในอุตสาหกรรมที่กำลังอยู่ในขาลง

ไม่แน่ใจว่าตัวเลขเฉลี่ยร้อยละ 14 นั้นเป็นตัวเลขที่มากหรือน้อย แต่เมื่อพิจารณาผลการวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของ Michael Porter ศาสตราจารย์ชื่อดังทางกลยุทธ์จากฮาร์วาร์ด ได้เคยทำการวิจัยและพบว่าการเลือกอุตสาหกรรมที่องค์กรจะเข้าไปทำการขายสินค้าและบริการ มีผลต่อกำไรที่บริษัทนั้นจะได้ร้อยละ 19 แสดงให้เห็นว่าสำหรับแต่ละองค์กรแล้วการเลือกผู้นำที่ดี มีความสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไรของแต่ละองค์กรเกือบจะเทียบเท่ากับการเลือกอุตสาหกรรมที่องค์กรจะเข้าไปแข่งขันเลยทีเดียว พอเห็นข้อมูลจากผลการวิจัยต่างๆ ข้างต้นแล้ว ผมคิดว่าแต่ละองค์กร (โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการหรือผู้ถือหุ้นหลัก) คงจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและให้ความสำคัญต่อการเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรกันพอสมควร เนื่องจากตัวผู้บริหารสูงสุดจะส่งผลต่อทั้งชื่อเสียงและกำไรของแต่ละองค์กร

คำถามต่อมาที่ผมคิดว่าจะเกิดขึ้นในใจท่านผู้อ่านจำนวนมากก็คือ แล้วผู้บริหารที่ดีควรจะต้องมีลักษณะอย่างไร? ซึ่งอย่างที่ผมได้เคยเรียนผ่านทางบทความนี้หลายครั้งแล้วว่าการศึกษาเพื่อแสวงหาลักษณะของผู้บริหาสูงสุดที่ดีนั้นยังไม่ถือว่าได้ข้อยุติ อีกทั้งแนวคิดในเรื่องของคุณลักษณะของผู้บริหารสูงสุดที่ดียังเปลี่ยนแปลงและผันแปรอยู่เสมอ (ท่านผู้อ่านลองย้อนกลับไปอ่านบทความที่ผมเขียนในกรุงเทพธุรกิจฉบับวันอังคารที่แล้วดูซิครับ) ถ้าท่านผู้อ่านไปไล่อ่านหนังสือเกี่ยวกับภาวะผู้นำหลายๆ เล่มจะพบว่าแต่ละเล่มก็พยายามที่จะเสนอแนวคิดเกี่ยวกับลักษณะของผู้นำที่ดี Charles Handy นักคิดชื่อดังของอังกฤษระบุว่าคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับผู้นำที่ดีประกอบด้วย การตัดสินใจที่ดี คุณค่าและค่านิยมที่ชัดเจน และ ความสามารถที่จะจัดการกับปัญหาที่ยุ่งยาก ส่วน Jim Collins ผู้เขียนหนังสือขายดี (From Good to Great) ระบุว่าผู้นำขององค์กรที่ประสบความสำเร็จจะต้องมีความมุ่งมั่นต่อความสำเร็จและความก้าวหน้าของส่วนรวม ไม่ใช่ส่วนตัว รวมทั้งความตั้งใจและพยายามที่จะทำให้งานประสบความสำเร็จ ส่วน Sumantra Ghoshal จาก London Business School ระบุว่าความสามารถในการทำให้สิ่งต่างๆ มีความชัดเจน ความสามารถในการจัดการกับความต้องการในด้านต่างๆ ที่ขัดแย้งกัน และการตัดสินใจเฉพาะหน้าที่ดี เป็นคุณสมบัติที่ดีของผู้นำสูงสุดของแต่ละองค์กร

เป็นอย่างไรบ้างครับคุณลักษณะของผู้นำสูงสุดที่ดีตามแนวทางของนักวิชาการแต่ละท่าน ดูเหมือนเราจะยังไม่ได้ข้อยุตินะครับว่าผู้นำที่ดีควรจะมีลักษณะอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เราน่าจะแน่ใจได้ก็คือตัวผู้นำสูงสุดเป็นผู้ที่มีบทบาทและความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร