14 October 2003

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอแนวคิดที่ว่าผู้ที่เป็นเจ้านายหรือผู้นำจะต้องสามารถที่จะทำความเข้าใจต่ออารมณ์และมีอารมณ์ร่วมกับผู้ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งจะส่งผลต่อความกระตือรือร้นและความกลมเกลียวของทีมงาน ในสัปดาห์นี้ผมจะพาท่านผู้อ่านมาดูอีกแนวคิดหนึ่งว่าการที่จะทำงานให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ผู้ที่เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเองจะต้องมีความสามารถในการบริหารเจ้านายของตนเอง เนื่องจากในช่วงหลังจะเริ่มมีงานวิจัยที่แสดงออกมามากขึ้นว่าผู้บริหารที่ทำงานอย่างมีประสิทธิผลไม่เพียงแต่จะต้องบริหารความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้น แต่จะต้องรู้จักที่จะบริหารความสัมพันธ์กับผู้ที่เป็นเจ้านายด้วย

ท่านผู้อ่านได้มีการบริหารเจ้านายของตนเองบ้างหรือไม่ครับ? ผมพบว่าคนทำงานที่เก่งๆ หลายคน กลับไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลเท่าที่ควร เนื่องจากขาดความสามารถในการบริหารเจ้านาย ศาสตร์ในการบริหารเจ้านายถือเป็นศาสตร์ที่สำคัญต่อความสำเร็จของวิชาชีพแต่ละคนทีเดียว บางคนสามารถบริหารลูกค้า บริหารผลิตภัณฑ์ บริหารการผลิต ฯลฯ ได้ดี แต่ไม่สามารถที่จะบริหารเจ้านายของตนได้ ก็จะส่งผลต่อการทำงานของตนเอง ท่านผู้อ่านอย่าไปนึกนะครับว่าการบริหารเจ้านายคือการประจบประแจงเจ้านายนะครับ เป็นคนละประเด็นกัน การบริหารเจ้านายที่ดีจะต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของเราต่อเจ้านาย ความสัมพันธ์ระหว่างเราและผู้ที่เป็นเจ้านายจะต้องเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะสองทาง เหมือนกับน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า แต่เรามักจะไม่มองถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว โดยบางคนก็นึกว่าเราจะต้องพึงพาหรือขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เป็นเจ้านายอยู่ตลอดเวลา โดยลืมคิดไปว่าผู้ที่เป็นเจ้านายของเราก็ต้องพึ่งพาเราด้วยเช่นกัน หรือในขณะเดียวกันก็จะมีคนอีกประเภทหนึ่งที่คิดว่าตนเองไม่จำเป็นต้องพึ่งผู้ที่เป็นเจ้านายเลย โดยคิดว่าตนเองสามารถทำงานให้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยตนเอง ความคิดและความเชื่อผิดๆ ดังจะกล่าว จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ และการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้านายและลูกน้อง 

การจะบริหารและทำงานร่วมกันเจ้านายได้ดีนั้น เราจะต้องทำความเข้าใจต่อสภาวะแวดล้อมและความต้องการของผู้ที่เป็นเจ้านายเราก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป้าหมายในการทำงาน เป้าหมายส่วนตัว ความกดดันที่ผู้ที่เป็นเจ้านายจะต้องเผชิญ จุดแข็งหรือจุดอ่อน และสไตล์ในการทำงานของผู้ที่เป็นเจ้านายของเรา อาทิเช่นเจ้านายเราชอบที่จะรับข้อมูลผ่านทางโทรศัพท์ หรือผ่านทางบันทึก ชอบที่จะสร้างความขัดแย้งหรือลดความขัดแย้ง ถ้าเราขาดซึ่งข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวกับเจ้านายก็จะทำให้เราเหมือนกับคนตาบอดในการที่จะบริหารความสัมพันธ์กับเจ้านายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีเนื่องจากตัวเจ้านายเองเป็นเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ดังนั้นเราเองจะต้องรู้จักและทำความเข้าใจต่อความต้องการของเราเอง จุดแข็ง จุดอ่อน และสไตล์การทำงานของตัวเราเองด้วย

เมื่อเราทำความเข้าใจต่อทั้งตัวเจ้านายและตัวเราเองแล้ว เราก็ย่อมสามารถหาสไตล์การทำงานที่เหมาะสมที่จะทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากถ้าเรารู้จักสไตล์ของเจ้านาย เราย่อมสามารถปรับตนเองให้เหมาะสมกับสิ่งที่เจ้านายชอบหรือต้องการได้ Peter Drucker ปรมาจารย์ด้านการจัดการได้แบ่งผู้บริหารออกเป็นสองประเภทตามการรับรู้ข้อมูล คือพวกที่ชอบฟัง (Listeners) กับพวกที่ชอบอ่าน (Readers) เจ้านายบางคนชอบที่จะได้รับข้อมูลต่างๆ ผ่านทางรายงานแล้วนำกลับไปอ่านและวิเคราะห์ด้วยตนเอง แต่ในขณะเดียวกันมีเจ้านายบางประเภทที่ชอบที่จะรับข้อมูลผ่านทางการนำเสนอของผู้อื่น เพื่อที่ตนเองจะได้มีโอกาสซักถามได้ เราเองจึงต้องทำความเข้าใจต่อสไตล์ของเจ้านายเราในการรับข้อมูล ถ้านายของท่านผู้อ่านเป็นประเภทชอบฟัง เราก็จะต้องนำเสนอข้อมูลให้เจ้านายฟัง แล้วค่อยตามด้วยบันทึก แต่ถ้านายของเราเป็นประเภทชอบอ่าน ก็จะต้องนำเสนอรายงานให้เจ้านายอ่านก่อน แล้วค่อยไปพบปะพูดคุย ไม่ทราบว่าท่านผู้อ่านได้เคยสังเกตไหมครับว่านายของท่านเป็นประเภทชอบอ่านหรือชอบฟัง?

นอกจากการรับรู้ข้อมูลแล้ว รูปแบบการตัดสินใจของเจ้านายแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เจ้านายบางคนชอบที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่างๆ รวมทั้งเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ดังนั้นถ้าท่านผู้อ่านทำงานกับนายประเภทนี้ จะต้องทราบว่าเจ้านายประเภทนี้คาดหวังว่าผู้ที่เป็นลูกน้องจะให้เขาเข้าไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกิจกรรมต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ผมเองเคยร่วมงานกับผู้บริหารประเภทนี้เหมือนกัน คือคนเรานี้เขาจะพอใจที่ตนเองได้เข้าไปมีส่วนร่วมบ้างไม่มากก็น้อย ในขณะเดียวกันจะมีเจ้านายอีกประเภทหนึ่งที่ไม่ชอบที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องมากเท่าใด โดยเจ้านายประเภทหลังถือว่าได้มอบอำนาจให้ลูกน้องไปทำงานแล้ว เจ้านายประเภทนี้จะคาดหวังว่าท่านเข้าไปหาเขาต่อเมื่อมีปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดขึ้น นอกจากการทำความเข้าใจต่อสไตล์การทำงานของผู้บริหารแล้ว เราเองจะต้องทำความเข้าใจต่อจุดแข็งหรือจุดอ่อนของเจ้านายด้วย ถ้าเจ้านายของท่านไม่ชอบลงไปดูงานในรายละเอียด โดยเป็นพวกชอบดูภาพกว้าง ท่านเองก็ต้องเข้าใจต่อจุดอ่อนของเจ้านายท่าน แล้วเข้าไปเสริมโดยเข้าไปดูในรายละเอียดแทนเจ้านายท่าน

เป็นอย่างไรบ้างครับแนวทางในการบริหารความสัมพันธ์กับเจ้านายของท่าน ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะคิดว่าทำไมท่านจะต้องมาบริหารเจ้านายของท่านด้วย ในเมื่องานที่ท่านจะต้องทำก็มีอยู่เต็มมือแล้วและยังต้องสละเวลามาศึกษาและทำความเข้าใจต่อเจ้านายของตนเองอีก ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะคิดว่าตัวเจ้านายเองต่างหากที่ควรจะเข้ามาบริหารความสัมพันธ์กับท่าน แต่ท่านผู้อ่านอย่าลืมนะครับว่าถ้าท่านสามารถบริหารเจ้านายได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ย่อมจะส่งผลต่อการลดปัญหาในการทำงานอย่างมากมาย และสุดท้ายย่อมจะทำให้งานของท่านสำเร็จลุล่วงด้วยดี