28 September 2003

ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้นำเสนอถึงความสัมพันธ์ระหว่างการค้นพบหรือแนวคิดทางด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ว่าจะส่งผลต่อการบริหารจัดการที่ดีได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ Human Intelligence หรือการทำงานของสมองเรา ในสัปดาห์นี้ผมขออนุญาตอยู่ที่เรื่องในลักษณะเดิมๆ นั้นคือความสัมพันธ์ระหว่าง การจัดการที่ดี สุขภาพของบุคลากร และผลการดำเนินงานที่ดีขององค์กร เนื่องจากในปัจจุบันได้มีผลวิจัยหลายๆ เรื่องที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างการบริหารจัดการที่ดีกับสุขภาพของบุคลากรในองค์กร และผลการดำเนินงานขององค์กร ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูซิครับการเจ็บป่วยหรือไม่สบายหลายๆ ครั้งที่เกิดขึ้นกับตัวเรานั้น บางครั้งไม่ได้มาจากเชื้อโรคหรือความผิดปกติของร่างกายหรอกครับ แต่เกิดขึ้นมาจากเราอยู่ในหน่วยงานหรือองค์กรที่มีการบริหารจัดการที่ไม่ดี ซึ่งสามารถนำไปสู่โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้

สาเหตุของปัญหาด้านสุขภาพในหมู่คนทำงานที่พบบ่อยมากที่สุดก็คือในเรื่องของความเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะปัจจุบันที่ดูเหมือนว่าความเครียดจะมีกันมากขึ้นทุกขณะ มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งของ Northwestern National Life ของอเมริกา ที่พบว่าในองค์กรที่มีโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยป้องกันบุคลากรจากความเครียด จะมีอัตราของการเกิดอุบัติเหตุ เจ็บป่วย หรือขาดงานน้อยกว่าองค์กรอื่นเกือบครึ่งหนึ่ง นอกจากนี้ในงานวิจัยชิ้นเดียวกันยังพบอีกว่าในสถานที่ทำงานที่มีระดับของความเครียดต่ำนั้นมักจะมีลักษณะที่เหมือนกันอยู่สามประการได้แก่ 1) การสื่อสารภายในองค์กรที่ดี 2) บุคลากรสามารถควบคุมความสำเร็จของงานด้วยตนเอง และ 3) มีความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวและการทำงาน นอกจากนี้จากกลุ่มตัวอย่างกว่า 28,000 คน ทางบริษัทประกันแห่งหนึ่งของอเมริกา ได้พบว่าวัฒนธรรมองค์กรและการบริหารองค์กรเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการเกิดความเครียดของพนักงานในองค์กร โดยทางบริษัทประกันแห่งนี้ได้มีข้อเสนอแนะสำหรับการลดความเครียดในที่ทำงาน โดย 1) เพิ่มความสามารถในการบังคับบัญชาและความสัมพันธ์ภายในกลุ่ม 2) ลดงานที่ไม่จำเป็น 3) ต้องมีระบบที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรที่เป็นธรรม และ 4) สร้างบรรยากาศในการทำงานที่เป็นกันเองและเหมือนอยู่ในครอบครัวเดียวกัน

มีรายงานวิจัยของสถาบันหนึ่งในแคนาดา ที่แสดงให้เห็นว่าปัจจัยสำคัญที่สุดที่ส่งผลต่อความเครียดในที่ทำงานก็คือการขาด Job Control หรือการขาดความสามารถในการควบคุมในสิ่งที่กำลังทำ ท่านผู้อ่านลองนึกถึงตัวท่านเองซิครับว่ามีบ่อยไหมที่ต้องทำงานที่ตนเองไม่สามารถควบคุมต่อผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น หรือต่อสิ่งที่กำลังทำ ถ้าเราเจอสถานการณ์แบบนี้เมื่อใด เรามักจะเกิดความเครียดเมื่อนั้น เหมือนคุณแม่ที่กำลังติวหนังสือเพื่อให้ลูกไปสอบ แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมานั้นอยู่นอกเหนือความสามารถที่คุณแม่จะไปกำหนด เพราะฉะนั้นผมจะเจอบ่อยมากที่คุณแม่เหล่านี้จะเกิดอาการเครียดทุกครั้งที่ลูกสอบเนื่องจากการขาด Job Control นั้นเอง รายงานชิ้นนี้บ่งชี้เลยว่าในบุคคลใดก็ตามที่เกิดความเครียดเนื่องจากภาวะขาด Job Controlบ่อยเมื่อใด มักจะนำไปสู่การเกิดความทุกข์ ความหดหู่ (Distress) การเกิดปัญหาทางด้านสุขภาพ มากกว่าความเครียดที่เกิดขึ้นเนื่องจากปัจจัยอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีรายงานทางการแพทย์ที่แสดงว่าในบุคคลที่มีระดับของ Distress ที่สูงมักจะนำไปสู่ปัญหาของโรคภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับการรับทาน หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจ

เป็นอย่างไรบ้างครับ ท่านผู้อ่านเองมีความเครียดที่เกิดขึ้นจากที่ทำงานบ่อยไหมครับ และถ้าท่านผู้อ่านสังเกตให้ดีจะพบว่าความเครียดเหล่านี้ส่วนใหญ่มักจะมาจาการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล จริงๆ แล้วผมไม่ได้ต้องการที่จะสื่อว่าความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่ดี เนื่องจากความเครียดในระดับที่เหมาะสมจะกระตุ้นเราในการทำงาน แต่ไม่ได้หมายความว่ามีมากเกินไปจนเลยจุดที่เหมาะสม และนำไปสู่อันตรายหรือความเจ็บป่วยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคหัวใจ มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่มีความเครียดสูงกับการเป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจหรอกนะครับ เพราะเมื่อใดที่เรารู้สึกเครียด เรามักจะรู้สึกว่าความดันเลือดจะพุ่งตามขึ้นไปด้วยเสมอ

นอกเหนือจากความเครียดแล้วอัตราการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บยังได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ไม่มีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ในช่วงกลางทศวรรษที่แล้วมีรายงานจาก WHO (World Health Organization) ถึงอัตราการเพิ่มขึ้นของอัตราการเจ็บป่วยจากการทำงานที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ และได้มีการค้นพบว่าสาเหตุสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้บางองค์กรมีอัตราการบาดเจ็บมากและอัตราการบาดเจ็บน้อยได้แก่วัฒนธรรมองค์กร (Corporate Culture) ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยเหมือนกับผมในตอนแรกนะครับว่า วัฒนธรรมองค์กรมีผลอย่างไรต่ออัตราการบาดเจ็บในที่ทำงาน มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าในองค์กรที่มีวัฒนธรรมในการทำงานที่เน้นการสื่อสารภายในองค์กร ความไว้วางใจระหว่างบุคลากรภายในองค์กร จะทำให้อัตราการบาดเจ็บลดน้อยลง

สัปดาห์นี้ผมจบแค่นี้ก่อนนะครับ ท่านผู้อ่านอย่าลืมกลับไปดูในที่ทำงานของท่านนะครับว่าระดับของความเครียดเป็นอย่างไรบ้าง และวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างไร ส่งผลต่อปัญหาด้านสุขภาพภายในองค์กรมากน้อยเพียงใด ในสัปดาห์หน้าเรามาดูกันต่อนะครับ แล้วท่านผู้อ่านจะเห็นความสัมพันธ์ที่ชัดเจนขึ้นระหว่างการบริหาร สุขภาพ และผลการดำเนินงานที่ดีขององค์กร