26 July 2003

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พยายามเชื่อมโยงให้ท่านผู้อ่านได้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิดในเรื่องของบรรษัทภิบาล (Good Governance) กับ Balanced Scorecard (BSC) ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการจัดการที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันสองประการโดยเนื้อหาในสัปดาห์ที่แล้วแสดงถึงบทบาทที่สำคัญสามของคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) ต่อการบริหารองค์กรให้เกิดความโปร่งใส (บทบาททั้งสามประการได้แก่ การเป็นผู้อนุมัติต่อทิศทางและกลยุทธ์ของบริษัท การเป็นที่ปรึกษาให้กับผู้บริหารระดับสูง และ การคัดเลือกผู้บริหารที่เหมาะสมเพื่อมาบริหารองค์กร) ในสัปดาห์นี้ผมจะพยายามเชื่อมโยง Balanced Scorecard เข้ามากับบทบาททั้งสามประการของคณะกรรมการบริษัท

ในการจัดทำ BSC นั้นมักจะเริ่มต้นจากการทำ BSC ในระดับองค์กรแล้วค่อยๆ แปลง BSC จากในระดับองค์กรลงไปเป็น BSC ของผู้บริหารแต่ละหน่วยงาน จริงๆ แล้ว BSC ในระดับองค์กรนั้นอีกนัยหนึ่งก็คือเป็น BSC ของผู้บริหารสูงสุด (CEO Balanced Scorecard) แต่เพื่อให้บริษัทมีการบริหารโดยหลักบรรษัทภิบาลแล้ว เรายังสามารถที่จะสร้าง BSC ของคณะกรรมการบริษัท (Board Balanced Scorecard) ได้อีกระดับหนึ่ง โดย BSC ของคณะกรรมการบริษัทนั้นจะอธิบายถึงหน้าที่และความรับผิดชอบทางกลยุทธ์ของคณะกรรมการบริษัท และสามารถประกอบไปด้วยทั้งแผนที่ทางกลยุทธ์ (Strategy Map) และมุมมองทั้งสี่ประการ (Four Perspectives) เฉกเช่นเดียวกับการจัดทำ BSC ทั่วๆ ไป ในการจัดทำแผนที่ทางกลยุทธ์ของคณะกรรมการบริษัทนั้น ควรที่จะเริ่มต้นจากการกำหนดกลยุทธ์หลัก (Strategic Themes) ของคณะกรรมการบริษัท โดยกลยุทธ์หลักของคณะกรรมการบริษัทนั้นควรที่จะประกอบด้วยสิ่งที่คณะกรรมการบริษัทจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการตรวจตราและดูแลผลการดำเนินงานขององค์กรในด้านต่างๆ (Performance Oversight) การยกระดับผู้บริหารระดับสูง (Executive Enhancement) หรือ การกำกับให้องค์กรได้ปฏิบัติตามสิ่งที่ควรทำ (Compliance) การจัดทำ BSC ของคณะกรรมการบริษัทจะช่วยให้ทราบว่าอะไรคือข้อมูลที่สำคัญที่คณะกรรมการบริษัทต้องการใช้บ้าง รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริษัทด้วย ในอดีตเรามักจะเน้นแต่การประเมินผลการดำเนินงานของผู้บริหารในระดับต่างๆ แต่จริงๆ แล้วคณะกรรมการบริษัทเองก็ควรที่จะต้องถูกประเมินผลการดำเนินงานด้วย เพื่อเป็นการรับรองถึงความโปร่งใสและการปฏิบัติตามหน้าที่ที่ควรจะทำ ผมเองได้เจอองค์กรหลายแห่งที่ต้องมีการจัดทำ BSC หรือระบบในการประเมินผลอื่นๆ เนื่องจากคณะกรรมการบริษัทสั่งการมา แต่จริงๆ แล้วองค์กรอาจจะต้องเริ่มต้นจากการสร้าง BSC ของคณะกรรมการบริษัทก่อน เพื่อเป็นเครื่องมือในการช่วยให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสในบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

นอกเหนือจากการสร้าง BSC เพื่อใช้ในการประเมินผลคณะกรรมการบริษัทแล้ว การจัดทำ BSC ในระดับต่างๆ ภายในองค์กรยังเป็นเครื่องมือที่เกื้อต่อการมุ่งสู่ความเป็นบรรษัทภิบาลด้วย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คณะกรรมการบริษัทได้มีความเข้าใจที่ชัดเจนต่อกลยุทธ์ของบริษัทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทำความเข้าใจต่อปัจจัยที่ผลักดันให้องค์กรสร้างคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ (เนื่องจากประโยชน์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของการจัดทำ BSC คือการสื่อสารและถ่ายทอดกลยุทธ์) นอกจากนี้การมี BSC ยังทำให้คณะกรรมการบริษัทสามารถที่จะประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากด้านการเงินเพียงอย่างเดียว ทำให้คณะกรรมการบริษัทได้มีความเข้าใจต่อการดำเนินงานขององค์กรได้อย่างชัดเจนและทั่วถึงขึ้น และทำให้บทบาทต่อการอนุมัติต่อทิศทางและกลยุทธ์ขององค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น

การจัดทำ BSC ยังเป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัทได้มีโอกาสพูดคุยกันในประเด็นของกลยุทธ์มากขึ้น ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทขององค์กรบางแห่ง ได้มีการนำแผนที่ทางกลยุทธ์ขององค์กรขึ้นมาแสดง พร้อมทั้งไฟสัญญาณจราจรเพื่อแสดงถึงผลการดำเนินงานในด้านต่างๆ ทำให้บทบาทของคณะกรรมการบริษัทไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้อนุมัติตามคำขอของผู้บริหารระดับสูงเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้กรรมการบริษัทที่มีความรู้ และเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ได้มีโอกาสในการให้คำปรึกษาแก่ผู้บริหารในประเด็นสำคัญทางกลยุทธ์ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทอีกด้วย สุดท้ายการสร้าง BSC สำหรับผู้บริหารในระดับต่างๆ ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ที่ทำให้คณะกรรมการบริษัทสามารถที่จะประเมินผลการดำเนินงาน อันจะนำไปสู่การคัดเลือกผู้บริหารที่เหมาะสมกับตำแหน่งต่างๆ รวมทั้งเพื่อใช้ในการจูงใจผู้บริหารในระดับต่างๆ อีกด้วย

ท่านผู้อ่านคงจะเห็นว่า BSC สามารถที่จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่ช่วยผลักดันและขับเคลื่อนให้องค์กรมุ่งสู่ความเป็นบรรษัทภิบาลได้ อีกทั้งทำให้เห็นว่าในการนำเครื่องมือทางการจัดการใหม่ๆ มาใช้สามารถที่จะใช้ได้ร่วมกันได้อย่างดี ไม่ใช่ว่านำเครื่องมือชนิดหนึ่งมาใช้แล้ว จะนำเครื่องมืออีกชนิดหนึ่งมาใช้ไม่ได้