5 July 2003

ผู้บริหารในปัจจุบันนับว่าน่าอิจฉานะครับ เนื่องจากได้มีหลักการและแนวคิดทางด้านการจัดการสมัยใหม่เข้ามาช่วยให้การบริหารให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น เครื่องมือประการหนึ่งที่กำลังเริ่มได้รับความนิยมและกล่าวขวัญกันมากขึ้นในเมืองไทยคือห้องManagement Cockpit หรือห้องปฏิบัติการทางการจัดการ ที่ภายในห้องประกอบด้วยข้อมูลและตัวชี้วัดที่สามารถช่วยให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้น จริงๆ แล้วแนวคิดของห้อง Management Cockpit ไม่ได้ถือว่าใหม่หรือแปลกพิสดารแต่อย่างใด เนื่องจากห้อง Management Cockpit ถือว่าเป็นห้องบัญชาการรบ (War Room) ลักษณะหนึ่ง เพียงแต่ในห้อง Cockpit ที่ประกอบด้วยตัวชี้วัดและข้อมูลที่ใช้ในการตัดสินใจนี้ ได้รับการออกแบบมาที่ช่วยให้การประชุมและตัดสินใจเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ถ้าท่านผู้อ่านนึกถึงลักษณะของห้อง Management Cockpit ไม่ออก ก็ขอให้นึกถึงห้องประชุมธรรมดาที่เราใช้กันอยู่ เพียงแต่บนฝาผนังรอบๆ ห้องนั้น แทนที่จะเป็นผนังว่างเปล่ากลับประกอบด้วยข้อมูลและตัวชี้วัด (Key Performance Indicators) ที่นำเสนอในรูปของกราฟฟิกและสีต่างๆ ที่ผู้บริหารสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย โดยตัวชี้วัดและข้อมูลเหล่านี้จะมีอยู่ทั้งหมด 108 ตัว แยกตามคำถามต่างๆ ที่ผู้บริหารต้องการจะทราบเพื่อใช้ในการบริหารองค์กร

แนวคิดของห้อง Management Cockpit ถูกพัฒนาขึ้นมาโดย Prof. Patrick Georges ซึ่งเป็นแพทย์ผ่าตัดสมองชาวเบลเยียมและอาจารย์สอนทางด้านบริหารธุรกิจที่สถาบัน HECในประเทศฝรั่งเศส นายแพทย์ท่านนี้ได้ผสมผสานหลักการและแนวคิดเกี่ยวกับการเพิ่มความสามารถในการทำงานของสมองคนเรา เข้ากับแนวคิดในเรื่องของห้องบัญชาการรบ (Corporate War Room) และแนวคิดของตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPI) ดังนั้นจึงอาจจะกล่าวได้ว่าห้อง Management Cockpit เป็นห้องประชุมที่ช่วยทำให้ผู้บริหารสามารถตัดสินใจโดยอาศัยข้อมูลและตัวชี้วัดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ขององค์กรได้อย่างมุ่งเน้นและตรงประเด็นยิ่งขึ้น

ผมเองได้มีโอกาสคุยกับผู้บริหารในหลายๆ องค์กรที่ได้มีการสร้างห้องในลักษณะของ Management Cockpit ขึ้นมา โดยท่านเหล่านั้นต่างบอกว่าเมื่อมีห้อง Management Cockpit ในองค์กรแล้วก่อให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรในหลายประการไม่ว่าจะเป็น 1) การติดตามผลการดำเนินงานขององค์กรในด้านต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมยิ่งขึ้น 2) ทำให้องค์กรสามารถที่จะบริหารและตัดสินใจโดยมีข้อมูลเข้ามาประกอบมากขึ้น 3) เป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้ผู้บริหารระดับต่างๆ ได้ให้ความสนใจกับผลลัพธ์ของการดำเนินงานในด้านต่างๆ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างผลการดำเนินงานในแต่ละด้าน และ 4) ทำให้ผู้บริหารที่ได้ใช้ห้องนี้ได้มุ่งเน้นและให้ความสำคัญต่อสิ่งที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างแท้จริง เป็นต้น

ปัจจุบันมีการสร้างห้อง Management Cockpit ในองค์กรชั้นนำต่างๆ กว่า 200 แห่งทั่วโลก สำหรับในเมืองไทยนั้นก็ได้มีการสร้างห้อง Management Cockpit หรือห้องที่มีลักษณะคล้ายกันในองค์กรชั้นนำของเมืองไทยหลายแห่งไม่ว่าจะเป็นที่ UBC ธนาคารกรุงไทย บริษัท 7-11 หรือบริษัทไทยประกันชีวิต เป็นต้น ส่วนในสถาบันการศึกษานั้น คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีการสร้างห้อง Management Cockpit เพื่อใช้ในการเรียนการสอน การบริการวิชาการ และการบริหารคณะ โดยถือว่าเป็นสถานบันการศึกษาแห่งแรกในภูมิภาคนี้ที่ได้มีการสร้างห้องดังกล่าว นอกเหนือจากภาคธุรกิจและที่จุฬาแล้ว ในปัจจุบันก็ได้ข่าวว่าทางรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะสร้างห้องในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยจะมีการสร้างในสามระดับ ได้แก่ PMOC (Prime Minister Operation Center) ซึ่งถือเป็นห้องบัญชาการของท่านนายกฯ MOC (Ministry Operation Center) หรือห้องบัญชาการในระดับกระทรวง และ DOC (Department Operation Center) หรือห้องบัญชากรในระดับกรม และสิ่งที่สำคัญก็คือข้อมูลของห้องบัญชาการในแต่ละระดับนั้นจะมีความเชื่อมโยงกันจากระดับกรม สู่ระดับกระทรวง และสู่ห้องบัญชาการของรัฐบาล ซึ่งถ้าทางภาคราชการสามารถที่จะดำเนินการได้จริงๆ ก็น่าจะก่อให้เกิดประโยชน์กับการบริหารราชการแผ่นดิน

ข่าวที่น่ายินดีอีกประการก็คือในสิ้นเดือนนี้ผู้ที่คิดค้นแนวคิดของห้อง Management Cockpit คือ Prof. Patrick Georges จะมาเยือนเมืองไทย (รู้สึกว่าในปีนี้จะมีนักคิดทางด้านการจัดการมาเยือนเมืองไทยหลายท่านนะครับ ตั้งแต่ Robert Kaplan ผู้คิดค้นแนวคิด Balanced Scorecard มาถึง Michael Porter กูรูด้านกลยุทธ์) การมาเยือนไทยของ Prof. Georges นั้นเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จัดขึ้นมาเนื่องในวาระครบรอบ 12 ปีของหลักสูตรวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจ (IT in Business) ของคณะบัญชี จุฬา โดย Prof. Georges จะมาบรรยายในหัวข้อ Management Cockpit and the ‘War Room for Business’ ในเช้าวันเสาร์ที่ 26 กรกฎาคม นี้ ถ้าท่านผู้อ่านสนใจที่จะเข้ารับฟังแนวคิดของห้อง Management Cockpit จากตัวจริงเสียงจริงก็โทร.ไปสอบถามรายละเอียดได้ที่หลักสูตร IT in Business ได้นะครับ ที่เบอร์ 02-218-5715-6 แล้วเจอกันวันนั้นนะครับ