27 April 2003

ดูเหมือนว่าอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาเมื่อช่วง 3 – 4 ปีที่ผ่านมา หรือ สงครามอิรัก หรือสถานการณ์โรค SARS ในปัจจุบันจะหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมสายการบิน แม้กระทั่งเมื่อมีการขยายตัวของอินเตอร์เน็ต ก็ส่งผลกระทบต่อธุรกิจสายการบินบ้าง ดูเหมือนว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลก ธุรกิจสายการบินจะกลายเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทุกครั้ง และส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ผลกระทบในแง่ดีเสียด้วย ในปัจจุบันที่สถานการณ์โรค SARS กำลังระบาดไปทั่วโลก ธุรกิจสายการบินจำนวนมากก็หนีไม่พ้นชะตากรรมเช่นกัน เรียกว่าพลอยติดโรค SARS ไปด้วย ได้ข่าวว่าสายการบินที่เป็นของฮ่องกงกำลังอยู่ในช่วงย่ำแย่ และสำนักงานในไทยได้เริ่มที่จะให้พนักงานลาหยุดโดยไม่มีการจ่ายเงินเดือนกันแล้ว ส่วนการบินไทยของเราก็เริ่มที่จะมีมาตรการลดค่าใช้จ่าย โดยการลดการลงทุนทุกชนิด ลดการขยายองค์กร และลดการรับพนักงานใหม่ นอกเหนือจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับสายการบินในเอเชียแล้ว สายการบินในอเมริกาและยุโรปก็ใช่ว่าจะเจริญรุ่งเรือง สายการบินยักษ์ใหญ่ของอเมริกาอย่าง United Airlines ก็กำลังอยู่ในสภาพล้มละลาย ส่วน American Airlines ก็เพิ่งรอดจากการล้มละลายมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งสายการบินของอเมริกาก็เรียกได้ว่าเริ่มซวนซัดซวนเซมาตั้งแต่เหตุการณ์ 11 กันยาแล้ว

ในสถานการณ์ของความตกต่ำของอุตสาหกรรมสายการบินทั่วโลก กลับยังมีสายการบินอยู่บางประเภทที่ดูเหมือนจะไม่ได้สะทกสะท้านไปกับรายอื่นๆ แถมยังมีการทำกำไรและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสายการบินในกลุ่มนี้ได้แก่สายการบินที่เราเรียกว่าสายการบินแบบประหยัด หรือ Low Cost Airlines ซึ่งตัวอย่างของสายการบินเหล่านี้ที่รู้จักกันไปทั่วโลกและเป็นต้นแบบของสายการบินอื่นได้แก่ Southwest Airline ของอเมริกา หรือถ้าในยุโรปก็ต้อง Ryan Air 

สายการบินแบบประหยัดเหล่านี้เรียกได้ว่ามีรูปแบบในการทำธุรกิจ (Business Model) ที่แตกต่างจากสายการอื่นๆ อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ โดยในขณะที่สายการบินทั่วๆ ไปเน้นการแข่งขันในเรื่องของการบริการที่หรูหรา สะดวกสบาย แล้วไปเรียกเก็บค่าโดยสารสูงๆ สายการบินแบบประหยัดกลับมุ่งเน้นการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ลดการบริการหรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่จำเป็น เน้นการทำให้ต้นทุนในการทำงานของตนเองต่ำที่สุด และตั้งราคาค่าโดยสารที่ต่ำมาก (Ryan Air เคยตั้งราคาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินใกล้ๆ แฟรงเฟิร์ต เยอรมันไปยังไอร์แลนด์ราคาไม่ถึง 20 ยูโร หรือ ไม่ถึง 1,000 บาท) โดยการตั้งราคาที่ต่ำเช่นนี้ทำให้จำนวนผู้โดยสารเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก และถ้าสามารถคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ ก็จะทำให้สายการบินมีกำไรในที่สุด

สายการบินแบบประหยัดนี้มีวิธีการที่ในการประหยัดต้นทุนได้มากมายหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องบินประเภทเดียวเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้อง หรือค่าใช้จ่ายในการดูแล ซ่อมแซม นอกจากนี้สายการบินเหล่านี้ยังเลือกใช้สนามบินที่ไม่ใช่สนามบินหลัก เพื่อลดค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับสนามบิน อีกทั้งพยายามทำให้เครื่องบินจอดอยู่ที่สนามบินน้อยที่สุด เพื่อให้จำนวนเที่ยวบินต่อวันเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยในขณะที่ผู้โดยสารก้าวพ้นจากประตูเครื่องในด้านหน้า พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินก็เริ่มที่จะทำความสะอาดเครื่องบินจากท้ายเครื่องบิน และเมื่อผู้โดยสารออกจากเครื่องเสร็จแล้วก็พร้อมที่จะให้ผู้โดยสารชุดใหม่ขึ้นเครื่องทันที ตัวอย่างข้างต้นเป็นเพียงแค่มาตรการเพียงไม่กี่อย่างที่สายการบินเหล่านี้นำมาใช้เพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงาน ซึ่งรูปแบบในการทำธุรกิจดังกล่าวทำให้สายการบินเหล่านี้ยังคงประสบความสำเร็จแม้ในภาวะที่สายการบินอื่นกำลังประสบปัญหาเช่นในปัจจุบัน

ปรากฎการณ์อย่างหนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในอเมริกาและยุโรปก็คือสายการบินยักษ์ใหญ่เริ่มมองเห็นถึงประโยชน์และความคุ้มค่าของสายการบินแบบประหยัดดังกล่าว แต่คงจะเป็นการยากที่สายการบินยักษ์ใหญ่เหล่านี้จะปรับเปลี่ยนตัวเองจากรูปแบบในการทำธุรกิจแบบหนึ่งให้กลายเป็นอีกแบบหนึ่ง เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งในด้านของวัฒนธรรมการทำงาน บุคลากร ระบบ ฯลฯ ดังนั้นทางออกที่สายการบินยักษ์ใหญ่จำนวนมากกำลังทำคือการเปิดสายการบินใหม่ขึ้นมาโดยตั้งเป็นเอกเทศต่างหากเพื่อให้ดำเนินการในรูปแบบของสายการบินแบบประหยัด โดยมุ่งหวังที่จะรักษาไว้ทั้งสายการบินหลักที่เน้นความหรูหราแบบเดิมๆ กับสายการบินแบบประหยัดที่มุ่งเน้นการทำรายได้ให้กับองค์กร

ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านข่าวเจอเหมือนกันว่าการบินไทยก็เคยคิดที่จะเปิดสายการบินในลักษณะดังกล่าวขึ้นมา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าในปัจจุบันได้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว แต่ในสถานการณ์เช่นปัจจุบันคงต้องหยุดไป แต่ถ้าสายการบินในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นในไทยได้จริงๆ ผู้บริโภคก็จะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ไปอย่างเต็มที่ ท่านผู้อ่านลองนึกดูซิครับถ้าเราสามารถนั่งเครื่องบินขึ้นไปเชียงใหม่ได้ในราคาเพียงแค่ 500 บาท คงจะทำให้คนเปลี่ยนจากการนั่งรถไฟและรถทัวร์มาใช้เครื่องบินมากขึ้นแน่นอน แต่สายการบินไทยก็คงจะได้รับผลกระทบมากพอสมควร ส่วนในเอเชียเท่าที่ทราบทางมาเลเซียก็มีสายการบินในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้ว ซึ่งเป็นการให้บริการบินในภูมิภาคนี้เท่านั้น

สายการบินหลายแห่งต่างคิดว่าการมีสายการบินแบบประหยัดเป็นทางออกและทางรอดในระยะยาวของตนเอง ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่าถ้ามีสายการบินแบบประหยัดออกมามากขึ้นสุดท้ายแล้วจะมีเหลือรอดอยู่กี่ราย เนื่องจากไม่ใช่ว่าสายการบินแบบประหยัดทุกสายการบินจะประสบความสำเร็จและอยู่รอด ส่วนของไทยนั้นไม่แน่ใจว่าจะได้มีสายการบินแบบนี้กับเขาบ้างเมื่อใด อย่างไรก็ดีมาช่วยกันให้กำลังใจการบินไทยให้รอดจากวิกฤตการณ์ SARS ในครั้งนี้ก่อนดีกว่านะครับ