8 September 2003

เมื่อเดือนที่แล้ว Prof. Patrick Georges หมอผ่าตัดสมองชาวเบลเยียม ซึ่งเป็นผู้ที่คิดค้นหลักการของห้อง Management Cockpit ได้มาเยือนไทยและจัดสัมมนาเนื่องในโอกาสครบรอบ12 ปีของหลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศทางธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ผมเลยขออนุญาตสรุปประเด็นที่น่าสนใจที่ Prof. Georges ได้นำเสนอไว้ในงานสัมมนา (งานสัมมนานี้มีทั้งที่จัดที่คณะฯ และที่จัดให้บุคคลทั่วไป) แต่จะขอนำมาเฉพาะหลักการในด้านของ Human Intelligence ที่คุณหมอท่านนี้แนะนำไว้ เนื่องจากดูเหมือนว่าผู้ที่เข้าสัมมนาทุกท่านจะให้ความสนใจต่อเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ

คุณหมอท่านนี้ได้ทำการวิจัยและศึกษาหลักการในการทำงานของสมองคนเรา แล้วได้ให้คำแนะนำไว้หลายข้อ ซึ่งคำแนะนำเหล่านี้เป็นคำแนะนำที่จะช่วยให้เราสามารถทำงานได้ดีขึ้น เรามาดูกันนะครับว่าคุณหมอท่านนี้ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจเกี่ยวกับการทำงานของสมองคนเราไว้ว่าอย่างไรบ้าง (ข้อเสนอแนะบางประการก็น่าที่จะนำมาใช้ บางประการก็ดูไม่เหมาะสม)

  • เราควรจะมีเวลาในการนอนพักตอนบ่ายประมาณ 20 – 40 นาที เนื่องจากการนอนจะทำให้สมองเราประมวลและสังเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้นและได้รับมาตลอดในช่วงเช้า (ประเด็นนี้คิดว่าน่าจะทำได้ยากในเมืองไทยนะครับ)
  • เนื่องจากสมองของเราจะทำงานได้ดีที่สุดในสองช่วงได้แก่ 3 ชั่วโมงและ 10 ชั่วโมงหลังตื่นนอน โดยคุณหมอท่านนี้ได้วัดอุณหภูมิของสมองเรา และในสามชั่วโมงหลังตื่นนั้นเป็นความฉลาดที่เรียกว่า Deep Intelligence ซึ่งเหมาะกับการทำงานที่ใช้ความคิด และสิบชั่วโมงหลังตื่นนั้นเป็นความฉลาดที่เรียกว่า Fast Intelligence ที่เหมาะกับการคิดหรือตัดสินใจที่รวดเร็ว ดังนั้นเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากสมองเราได้ดีที่สุด เราควรจะวางแผนงานที่ต้องใช้สมองคิดมากๆ ไว้ในตอนเช้า (สามชั่วโมงหลังตื่น) และวางแผนงานที่ต้องพบปะผู้คนไว้ตอนบ่าย (สิบชั่วโมงหลังตื่น)
  • เราควรจะมีการออกกำลังกายประมาณ 15 นาทีในตอนเย็นทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ใช้สมองมากๆ เนื่องจากคนทำงานที่ใช้สมองมากๆ และใช้กล้ามเนื้อส่วนอื่นน้อยมักจะก่อให้เกิดภาวะที่เรียกว่า ‘anxiety’ ซึ่งจะนำไปสู่การภาวะท้องอืดท้องเฟ้อ ดังนั้นถ้าใช้สมองเยอะจึงควรที่จะมีการออกกำลังกาย เพื่อให้กล้ามเนื้อได้เคลื่อนไหวสมดุลกับการทำงานของสมองเรา
  • ความเครียดเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรที่จะมีมากเกินไป การสร้างความเครียดในระดับหนึ่งจึงเป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ไม่ควรที่จะมีมากเกินไป ผู้บริหารจะสามารถตรวจสอบได้ว่าระดับความเครียดมีมากเกินไปหรือไม่ โดยดูจากอาการเหล่านี้ ข้อแรก มีการเปลี่ยนแปลงในอารมณ์ ข้อสอง มีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมการนอน โดยเริ่มตั้งแต่การนอนไม่หลับ การตื่นก่อนเวลา และการตื่นตอนกลางคืน และข้อสาม คือปัญหาด้านสุขภาพ
  • การอ่านหนังสือที่ต้องใช้ความรู้และความคิดนั้น ควรจะเป็นการอ่านทุก 10 นาทีและหลับตา 1 นาที โดยการหลับตานั้นก็เพื่อให้สมองของเราสามารถดูดซับในสิ่งที่ได้อ่านให้เข้าไปในสมอง
  • การอ่านหนังสือหรือทำงานที่ต้องใช้สมาธินั้นไม่ควรจะถูกรบกวนไม่ว่าจะเป็นในลักษณะใดๆ เนื่องจากการถูกรบกวนแม้ซักนิดเดียวจะเริ่มส่งผลต่องานที่เราได้อ่านหรือทำไว้นับได้ 90 นาที หรืออีกนัยหนึ่งการถูกรบกวนหนึ่งครั้งจะเสียในสิ่งที่ได้ทำไปในช่วง 90 นาทีที่ผ่านมา
  • ก่อนนอนทุกครั้งให้จดสิ่งที่จะต้องทำในวันรุ่งขึ้นไว้ อย่าปล่อยให้เราเข้านอน โดยยังมีสิ่งที่จะต้องทำค้างคาอยู่ในใจ จะส่งผลต่อการนอนหลับ

เป็นอย่างไรบ้างครับหลักการปรับปรุงการทำงานของสมองคนเราที่ Prof. Georges เสนอไว้ ท่านผู้อ่านลองนำไปปฏิบัติดูก็ได้นะครับ แต่อย่างที่เรียนให้ทราบบางอย่างอาจจะเหมาะสมในด้านหลักการ แต่ในการปฏิบัตินั้นอาจจะเป็นไปได้ยาก

สุดท้ายผมขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์ของตัวเองหน่อยนะครับ หนังสือ Balanced Scorecard เล่มที่สองของผมได้ออกวางจำหน่ายแล้วในชื่อ “Balanced Scorecard: รู้ลึกในการปฏิบัติ” ซึ่งเนื้อหาภายในเล่มจะมุ่งเน้นเกี่ยวกับแนวทางในการนำ BSC มาปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสำเร็จ ท่านผู้อ่านที่สนใจสามารถหาซื้อที่ศูนย์หนังสือจุฬาฯ นะครับ