2 March 2003

ทุกๆ ปีวารสาร Fortune ซึ่งเป็นวารสารทางด้านธุรกิจชั้นนำของโลกจะมีการจัดลำดับบริษัทที่ได้รับการยกย่องที่สุดของโลก (The World’s Most Admired Companies) ซึ่งในปีนี้ก็เพิ่งออกมาใน Fortune ฉบับที่เพิ่งผ่านมา โดยในการจัดลำดับนี้ทาง Fortune จะทำการสำรวจร่วมกับบริษัทที่ปรึกษาทางการจัดการThe Hay Group โดยบริษัทที่จะมีรายชื่ออยู่ในข่ายการพิจารณาจะต้องมียอดขายไม่ต่ำกว่าแปดพันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่ผ่านมา ซึ่งมีมากกว่าสามร้อยบริษัททั่วโลก โดยสามารถแบ่งเป็นอุตสาหกรรมได้ 29 กลุ่ม หลังจากนั้นทาง Hay Group จะส่งแบบสอบถามไปยังผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นเพื่อให้จัดลำดับของบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อจัดลำดับของแต่ละอุตสาหกรรม โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการจัดลำดับประกอบด้วย ด้านคุณภาพการบริหาร ด้านคุณภาพของสินค้าและบริการ ด้านนวัตกรรม ด้านมูลค่าการลงทุนในระยะยาว ด้านความมั่นคงทางการเงิน ด้านความสามารถในการดึงดูด รักษาและพัฒนาบุคลากร ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้านการใช้ประโยชน์ของสินทรัพย์ และด้านความรอบรู้ในธุรกิจโลก 

นอกจากนี้ยังมีการสอบถามผู้บริหารกลุ่มเดียวกันให้จัดลำดับบริษัทชั้นนำสิบแห่งทั่วโลกในทุกอุตสาหกรรม เพื่อหาบริษัทที่ได้รับการยกย่องที่สุดในโลก โดยในปีนี้ปรากฏว่ามีการเปลี่ยนแปลงในอันดับต้นๆ พอสมควร ในลำดับที่หนึ่งจาก GE ที่ครองตำแหน่งมาหลายปีกลายมาเป็น Wal-Mart ซึ่งปีที่แล้วได้ลำดับที่สอง ส่วนที่สามยังคงเป็น Microsoft เหมือนเดิม ส่วนลำดับที่สี่นั้นกลายเป็น Dell ซึ่งขึ้นมาจากลำดับที่ 23 ในปีที่แล้ว อีกสองบริษัทที่ไต่อันดับมาอย่างรวดเร็วคือ Procter & Gamble (P&G) จากลำดับที่ 15 ในปีที่แล้วสู่ลำดับที่ 7 ในปีนี้ และ Coca-Cola จากลำดับที่ 20 สู่ลำดับที่ 9 ถ้าพิจารณาในสิบอันดับแรกนั้นล้วนแล้วแต่เป็นบริษัทจากอเมริกาล้วน บริษัทนอกอเมริกาที่ติดอันดับสูงสุดได้แก่ Toyota (11) BMW (12) Sony (13) Nokia (18) และ Nestle (19) ส่วนบริษัทในเอเซียที่อยู่นอกญี่ปุ่นมีเพียงบริษัทเดียวที่อยู่ในห้าสิบอันดับแรกได้แก่ Singapore Airlines (21) 

ดูจากการจัดลำดับบริษัทที่ได้รับการยกย่องที่สุดในโลกห้าสิบอันดับแรกก็พบประเด็นหลายๆ อย่างที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับ เริ่มจากการที่ Wal-Mart สามารถแย่งตำแหน่งที่หนึ่งจากแชมป์หลายสมัยอย่าง GE ลงมาได้ และในขณะเดียวกันถ้าท่านผู้อ่านย้อนกลับไปดูรายชื่อบริษัทขนาดใหญ่ของโลกใน Fortune 500 จะพบว่า Wal-Mart ก็เป็นที่หนึ่งในแง่ของขนาดเช่นกัน คงจะสามารถพูดได้ว่าในปัจจุบัน Wal-Mart ถือเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก ในบทความประกอบในวารสาร Fortune ฉบับเดียวกันระบุไว้ถึงขนาดอันยิ่งใหญ่ของ Wal-Mart อย่างชัดเจน อาทิเช่น เมื่อปีที่แล้วยอดขายในหนึ่งวันของ Wal-Mart เท่ากับ 1.42 พันล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมากกว่า GDP ของประเทศอีก 36 ประเทศทั่วโลก (GDP ของทั้งปีนะครับ) นอกจากนี้ พนักงานของ Wal-Mart ยังมีมากกว่าทหารประจำการในกองทัพบกสหรัฐ และถ้านับเฉพาะความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ถูกขโมยในปีหนึ่งๆ ก็จะทำให้ Wal-Mart ติดอยู่ในอันดับที่ 694 ของบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก คงจะไม่ผิดนะครับที่จะบอกได้ว่า Wal-Mart เป็นบริษัทที่ยิ่งใหญ่และมีอำนาจมากที่สุดในโลกในปัจจุบัน ดังนั้นคงจะไม่แปลกใจว่าทำไมถึงได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน องค์กรที่มีขนาดใหญ่ขนาดนี้และยังสามารถบริหารให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่องก็สมควรที่จะได้รับการยกย่องแล้วละครับ

ส่วนบริษัทยักษ์ใหญ่อีกแห่งอย่าง GE ที่เคยได้รับการยกย่องอย่างมากทั้งในอเมริกาและทั่วโลก ที่ต้องเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับ Wal-Mart นั้น นอกจากในอันดับรวมแล้วในอุตสาหกรรมอิเลกทรอนิกส์นั้นถึงแม้ GE จะยังคงความเป็นที่หนึ่งอยู่ แต่คู่แข่งในอุตสาหกรรมอย่างเช่น Sony ก็เริ่มที่จะหายใจรดต้นคอเข้ามาอย่างติดๆ คงจะต้องวิเคราะห์กันเหมือนกันนะครับว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ GE เริ่มตกต่ำลง (บ้างนิดหน่อย) ในสายตานักธุรกิจด้วยกัน อาจจะเกิดขึ้นเนื่องจากบริษัทอื่นเขาเริ่มที่จะพัฒนาตนเองและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง หรืออาจจะเกิดขึ้นจากผลกระทบที่ Jack Welch เกษียณจากตำแหน่งผู้บริหารสูงสุด ซึ่งถึงแม้จะหลายปีแล้วแต่อาจจะเพิ่งส่งผลในปัจจุบันก็ได้

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Dell ทะยานจากลำดับที่ 23 สู่ลำดับที่ 4 นั้นไม่น่าแปลกใจเท่าใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามองจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปัจจุบันและกลยุทธ์ที่Dell ใช้ ดูเหมือนว่าถ้าอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรุนแรง คงจะยากที่จะมีใครล้ม Dell ได้ เนื่องจากโมเดลธุรกิจของ Dell ที่ทำให้สามารถขายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้ในราคาที่เหมาะสม บริการที่ดี รวมทั้งลูกค้ายังสามารถเลือก Spec ได้เอง และที่สำคัญที่สุดคือต้นทุนของ Dell ที่ต่ำกว่าคนอื่นเขาอย่างมาก 

ที่น่าแปลกใจ และกังวลใจไปพร้อมๆ กันคือในอุตสาหกรรมการบินที่ Singapore Airlines เป็นสายการบินที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลก เอาชนะคู่แข่งทั้งจากอเมริกา ยุโรป และเอเชียลงอย่างราบคาบ ส่วนอันดับรองๆ ลงมานั้นได้แก่ Continental Airlines และ Lufthansa Group ส่วนการบินไทยนั้นไม่ติดในกลุ่มสิบสองบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งมีสายการบินจากเอเชียอีกสองแห่งที่ติดลำดับได้แก่ Japan Airlines และ All Nippon Airways แต่จริงๆ แล้วก็มีประเด็นที่น่าสนใจเหมือนกันนะครับว่าการเลือกบริษัทที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดในโลกด้วยวิธีที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นมีความน่าเชื่อถือเพียงใด เนื่องจากบริษัทที่ได้รับเลือกส่วนใหญ่ก็จะมาจากบริษัทในประเทศอุตสาหกรรมใหญ่ๆ และบริษัททั้งหมดก็เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ในแต่ละอุตสาหกรรม ทั้งนี้เนื่องจากในการสำรวจนั้นจะเลือกบริษัทที่มียอดขายไม่ต่ำกว่าแปดพันล้านเหรียญสหรัฐออกมาก่อน แล้วค่อยส่งแบบสอบถามไปยังกลุ่มผู้บริหารในบริษัทเหล่านี้ ดังนั้นผลลัพธ์ที่ออกมาจึงมักจะไปในแนวโน้มเดียวกันหมด คือเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ในประเทศอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

อย่างไรก็ดีการจัดลำดับในลักษณะนี้ก็ทำให้เราสามารถเข้าไปศึกษาถึงสาเหตุสำคัญที่ทำให้บริษัทเหล่านี้ได้รับการยกย่องมากที่สุด ใน Fortune ฉบับเดียวกันได้ลงบทความวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ทำให้บริษัทที่ได้รับการยกย่องเหล่านี้ประสบความสำเร็จเหนือกว่าบริษัทอื่น ซึ่งจากผลการศึกษาเป็นเวลาหกปีของ Hay Group พบว่าบริษัทที่รับการยกย่องมักจะมีพฤติกรรมในบางประการที่เหมือนกัน ได้แก่ การให้ความสำคัญกับการคัดเลือก พัฒนา และตอบแทนบุคลากรที่มีความสามารถ การมุ่งเน้นในเรื่องของการทำงานเป็นทีมและความร่วมมือกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับผู้บริหารระดับสูง และการไม่ยอมที่จะทิ้งเป้าหมายระยะยาวเพื่อเป้าหมายระยะสั้น นอกจากนี้ในกลุ่มบริษัทที่ได้รับการยกย่องนั้น บุคลากรจะมีความภักดีต่อองค์กรมากกว่าคู่แข่งขัน และในขณะเดียวกันบริษัทเหล่านี้จะไม่ละทิ้งต่อการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา แม้กระทั่งในช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่และบริษัทอื่นเริ่มตัดงบในการพัฒนาและอบรม

ผมคิดว่าประโยชน์อย่างหนึ่งที่เราน่าจะได้จากการจัดลำดับของต่างประเทศในลักษณะนี้ก็คือการที่จะได้มีโอกาสเลือกที่จะเรียนรู้จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยกย่อง ปัจจุบันมีหนังสือและกรณีศึกษาเกี่ยวกับบริษัทเหล่านี้ออกมามากมาย ที่เราจะได้มีโอกาสศึกษาจากเขา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถลอกเลียนแบบเขาได้ทั้งหมดนะครับ เราต้องศึกษากรณีศึกษาของบริษัทเหล่านี้เพื่อนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับเรามากกว่าที่จะมุ่งเน้นการลอกเลียนอย่างเดียวนะครับ