5 December 2002

ไม่ทราบท่านผู้อ่านได้ยินคำขวัญวันเด็กปีหน้าหรือยังครับ? ผมเพิ่งได้ยินจากรายการวิทยุแห่งหนึ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พอฟังเสร็จแล้วต้องรีบจดกลัวลืมและคิดว่าต้องเขียนบทความเกี่ยวกับคำขวัญวันเด็กหน่อย เนื่องจากปีคำขวัญวันเด็กในปีหน้านี้มีความแตกต่างจากคำขวัญในปีก่อนๆ เนื่องจากในอดีตคำขวัญวันเด็กมักจะหนีไม่พ้นในเรื่องของความซื่อสัตย์ กตัญญู ขยัน มั่นเพียร แต่ในคราวนี้คำขวัญวันเด็กของท่านนายกฯ กลับเป็น ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี’ ดูเหมือนกลยุทธ์หลักในการพัฒนาประเทศของท่านนายกฯ ทั้งในเรื่องของ สังคมแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาขีดความสามารถทางด้านเทคโนโลยีจะถูกแฝงอยู่ในคำขวัญวันเด็กทั้งสิ้น

 จริงๆ แล้วคำขวัญวันเด็กนี้สามารถที่จะปรับเป็นคำขวัญหรือปรัชญาในการดำเนินงานขององค์กรธุรกิจได้อย่างสบาย ถ้าผมมีบริษัทของตัวเองจะต้องขออนุญาตแปลงคำขวัญวันเด็กให้เป็นปรัชญาของบริษัทผมแทน โดยเปลี่ยนจาก ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต คิดอย่างสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยี’ เป็น ‘เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ มุ่งเน้นนวัตกรรม ผู้นำทางเทคโนโลยี’ จริงๆ แล้วทั้งการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) การมุ่งเน้นในด้านนวัตกรรม (Innovation) และเป็นผู้นำในเทคโนโลยี ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญต่อการเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันขององค์กรธุรกิจ และหลักการเหล่านี้ก็ได้ถูกนำมาปรับใช้กับการบริหารประเทศ และตอนนี้ก็ถูกปลูกฝังให้กับเด็กไทยทุกคน

ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยก็ได้ว่าทำไมในช่วงหลังนี้ถึงได้ยินแนวคิดเกี่ยวกับสังคมแห่งการเรียนรู้ และองค์กรแห่งการเรียนรู้กันบ่อยเหลือเกิน จริงๆ แล้วหลักการขององค์กรแห่งการเรียนรู้เกิดขึ้นในแวดวงวิชาการกันมานานแล้ว แต่ที่มาฮิตในไทยในช่วงหลังนี้คงจะเป็นเพราะสภาวะแวดล้อมในการดำเนินงานและการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนผู้บริหารทั้งระดับประเทศและขององค์กรธุรกิจเริ่มตระหนักว่าถ้าเราไม่รู้จักที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ในไม่ช้าทุกคนคงจะก้าวแซงหน้าเราไปหมดและยากที่เราจะแข่งขันและเอาชนะผู้อื่นได้ การที่สังคมหรือองค์กรจะเรียนรู้ได้นั้นต้องเกิดขึ้นจากคนในสังคมและองค์กร ดังนั้นผมค่อนข้างเห็นด้วยกับคำขวัญวันเด็กที่มุ่งเน้นให้ ‘เรียนรู้ตลอดชีวิต’ เนื่องจากเมื่อใดก็ตามที่เราหยุดเรียน เราก็จะถูกทิ้งให้อยู่ล้าหลัง ซึ่งจะส่งผลต่อองค์กรและสังคมที่เราอยู่ด้วย

ปัจจัยทางด้านนวัตกรรมก็เป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการประสบความสำเร็จขององค์กรธุรกิจ เนื่องจากในปัจจุบันการแข่งขันขององค์กรธุรกิจต่างๆ มุ่งเน้นที่นำเสนอความแตกต่างให้กับลูกค้ามากกว่าที่จะมุ่งเน้นการแข่งขันที่ราคาเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าความแตกต่างนั้นเป็นที่รับรู้ของผู้บริโภคมากเท่าใดก็ยิ่งทำให้เราโดดเด่นเหนือผู้อื่นได้เท่านั้น แนวทางหนึ่งในการสร้างความแตกต่างนั้นเกิดขึ้นจากความสามารถในด้านนวัตกรรมขององค์กร นวัตกรรมในที่นี้หมายถึงสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นสินค้าหรือบริการ การนำเสนอแนวคิด วิธีการขาย หรือการโฆษณาที่ใหม่ๆ ก็ล้วนแล้วแต่เป็นนวัตกรรมได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ดีท่านผู้อ่านต้องแยกให้ออกระหว่างความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้น (Invention) กับความสามารถในด้านนวัตกรรม (Innovation) นะครับ การประดิษฐ์คิดค้นนั้นมักเป็นการคิดสิ่งใหม่ๆ แต่อาจจะไม่สามารถนำไปสู่ประโยชน์ในทางธุรกิจ แต่นวัตกรรมต้องเป็นสิ่งที่ทั้งใหม่ และก่อให้เกิดประโยชน์ในทางธุรกิจ

ในการแข่งขันในระดับประเทศก็เช่นเดียวกับการแข่งขันขององค์กรธุรกิจที่ต้องมุ่งเน้นในเรื่องของนวัตกรรม เนื่องจากประเทศที่พึ่งพาแต่การส่งออกสินค้าที่มาจากทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเกษตร ป่าไหม้ อาหาร ในอนาคตย่อมยากที่จะต่อสู้กับประเทศที่มุ่งเน้นการส่งออกสินค้าและบริการที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้ และการที่จะก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มได้นั้นต้องอาศัยความสามารถในเชิงนวัตกรรมของคนในประเทศนั้น สำหรับประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายต่อให้ประเทศสามารถปรับโครงสร้างหนี้ หรือมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือควบคุมอัตราเงินเฟ้อได้ดีเพียงใด แต่สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเป็นเพียงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อประเทศในช่วงสั้นเท่านั้น การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวต้องพึ่งพาความสามารถในการนวัตกรรมเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมที่จะนำไปสู่ความแตกต่างจากประเทศอื่น ข้อได้เปรียบของไทยในอดีตไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่าแรงราคาถูก หรือทรัพยากรธรรมชาติ ได้หมดลงไปแล้ว เราไม่สามารถแข่งขันกับผู้อื่นได้ด้วยราคาอีกต่อไป ความสำเร็จของประเทศในระยะยาวนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับขีดความสามารถในด้านนวัตกรรมของคนในประเทศที่จะทำให้เราเกิดความแตกต่างในสายตาของนักลงทุนและผู้ซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ก็ต้องถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีว่ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะให้เด็กไทยในวันนี้ได้มีความคิดสร้างสรรค์เพื่อนำพาไปสู่ความสามารถในเชิงนวัตกรรมต่อไปในอนาคต

สุดท้ายคือการเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีนั้นก็เป็นสิ่งที่ผมได้พยายามนำเสนอมาตลอดในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีกับการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เทคโนโลยีในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ถ้าเราไม่สามารถสร้างความเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีได้เราก็จะกลายเป็นผู้ตามเทคโนโลยีไปเรื่อยๆ ผู้บริหารที่ยังยึดติดว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบันคือเทคโนโลยีสารสนเทศ แปลว่าผู้บริหารท่านนั้นตกรุ่นเทคโนโลยีไปหลายรุ่นแล้ว ในปัจจุบันเทคโนโลยีที่กำลังได้รับการกล่าวถึงอย่างมากว่าจะส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์เราที่สุดคือเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ในขณะที่กำลังนั่งเขียนบทความนี้ก็เห็นข่าวในโทรทัศน์ว่านักวิทยาศาสตร์สามารถถอดรหัสทางพันธุกรรมของหนูได้สำเร็จ ซึ่งจะส่งผลต่อการป้องกันและรักษาโรคหลายๆ ชนิด 

สิ่งหนึ่งที่มักเจอคือผู้บริหารที่ไม่ได้จบสายวิทย์มามักจะไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีและปล่อยให้เป็นเรื่องของคนที่จบสายวิทย์หรือวิศวกรเป็นหลัก แต่ในปัจจุบันผู้บริหารที่ดีจะต้องสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีตลอดเวลาไม่ว่าจะเข้าใจมันมากน้อยเพียงใดก็ตาม แต่จะต้องรู้ว่าการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ทางเทคโนโลยีจะส่งผลต่อองค์กรเราอย่างไร ถ้าเราสามารถทำให้เด็กไทยยุคใหม่สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ พอเด็กเหล่านี้โตไปในอนาคตก็น่าจะหวังให้เขาเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีได้

สำหรับท่านผู้อ่านที่สนใจนวัตกรรมใหม่ๆ ทางด้านการจัดการ ทางภาควิชาพาณิชยศาสตร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬา จะจัดให้มีสัมมนาทางวิชาการเรื่อง Innovating Asian Management in the 21st Century โดยมีนักวิชาการจากทั่วโลกมานำเสนอแนวคิดใหม่ๆ ทางด้านการจัดการ ในช่วงวันที่ 12 – 14 ธันวาคมนี้ ท่านผู้อ่านที่สนใจเข้าฟังสามารถโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดได้ที่ภาควิชาฯ เบอร์ 02-218-5764-5