นวัตกรรมเริ่มจากการเชื่อมโยง

26 July 2018

นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ทุกองค์กรอยากจะให้เกิด แต่ความท้าทายคือจะทำอย่างไรให้สามารถเกิดนวัตกรรม? จริงๆ แล้วพื้นฐานที่สำคัญประการหนึ่งของการเกิดสิ่งใหม่ๆ นั้นคือเริ่มต้นจากการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่เข้าด้วยกัน ถ้าเป็นศัพท์แบบไทยๆ เราก็เรียกว่า “จับแพะชนแกะ” หรือ ถ้าเป็น Steve Jobs ก็จะพูดให้ออกมาดูดีว่า “Creativity is just connecting things” 

อย่างไรก็ดีกับดักสำคัญสำหรับนวัตกรรมที่มาจากความคิดเชื่อมโยงก็คือผู้บริหารมักชอบที่จะมองภายใต้กรอบหรือบริบทที่ตนเองคุ้นเคยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการมองภายใต้กรอบของอุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ตนเองอยู่และมักจะชอบตั้งข้อจำกัดให้กับวิธีคิดว่าจะต้องจำกัดอยู่แต่เฉพาะในสิ่งที่ตนเองทำหรือคุ้นเคยทำให้ยากที่จะเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมโยงนอกกรอบธุรกิจเดิมของตนเอง 

มีตัวอย่างของธุรกิจใหม่ๆมากมายที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเชื่อมโยงในสองธุรกิจที่มีอยู่เข้าด้วยเช่นเมื่อชาบูผสมกับซูชิก็กลายเป็นร้านอาหารรูปแบบใหม่ที่มีทั้งชาบูและซูชิอยู่ด้วยกันหรือเมื่อสุกี้ผสมกับซูชิก็เป็นร้านอาหารในอีกรูปแบบหนึ่งเช่นเดียวกันหรือแม้กระทั่งการเชื่อมโยงผสมผสานในธุรกิจเดียวกันแต่คนละตลาดเช่นเครือโรงแรมแห่งหนึ่งในต่างประเทศชื่อ citizenM ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2008 และมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการ affordable luxury นั้นคือความหรูหราในทำเลกลางเมืองที่ราคาไม่แพง

เครือโรงแรม citizenM มีความน่าสนใจในด้านของการเชื่อมโยงนั้นคือเขาพยายามที่จะสร้างโรงแรมสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาด้วยการเชื่อมโยงและผสมผสานระหว่างโรงแรมสามดาวและโรงแรมห้าดาวในส่วนของความเป็นโรงแรมสามดาวนั้นคือในเรื่องของราคาที่ไม่แพงและห้องที่ไม่ใหญ่ (จริงๆคือห้องที่เล็ก) สำหรับในส่วนของความเป็นห้าดาวนั้นคือเตียงนอนที่ใหญ่น่านอนห้องที่ทันสมัยทำเลทองใจกลางมหานครใหญ่มีฟรี Wifi ที่มีสัญญาณแรง 

ปัจจุบัน citizenM  เริ่มไปเปิดตามทวีปต่างๆ มากขึ้น และผลที่ได้รับจากการเชื่อมโยงระหว่างความเป็นสามดาวและห้าดาวคือ อัตราการเข้าพักที่สูงถึงร้อยละ 90 เลยทีเดียว

ตัวอย่างไทยๆก็มีให้เห็นมากมายถึงธุรกิจใหม่ๆที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงสิ่งที่มีอยู่แล้วเข้าด้วยกันตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือสินค้าขึ้นช่ือจากจังหวัดสิงห์บุรีเค้กปลาช่อนจากร้านเกษราเบเกอรี่ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมโยงระหว่างของดีจังหวัดสิงห์บุรีอย่างปลาช่อนกับธุรกิจดั้งเดิมของตนเองคือเบเกอรี่หรือตัวอย่างสุดคลาสสิกของคนไทยคือการที่ครูเพลงไทยที่เป็นศิลปินแห่งชาติอย่างครูสง่าอารัมภีรท่านประพันธ์เพลงน้ำตาแสงไต้ (เพลงประจำละครพันท้ายนรสิงห์) โดยท่านได้แรงบันดาลใจจากการนำเพลงเขมรไทรโยคและเพลงลาวครวญมาผสมผสานกัน

ความสามารถในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันนั้นกล่าวกันว่ามาจากการทำงานของสมองข้างขวาเป็นหลักต่างจากความสามารถในการคิดวิเคราะห์ซึ่งมาจากการทำงานของสมองข้างซ้ายเป็นหลักซึ่งประเด็นที่น่าสนใจคือในปัจจุบันในยุคที่ Big Data หรือ Data Science กำลังโด่งดังและทุกองค์กรต่างพยายามนำข้อมูลของตัวเองมาวิเคราะห์เพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์แต่ถ้าผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถมองเห็นความเชื่อมโยงจากข้อมูลเหล่านั้นหรือไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงสิ่งที่ได้จากข้อมูลเข้ากับสิ่งต่างๆได้การเพียงแค่การวิเคราะห์ข้อมูลก็ยากที่จะนำไปสู่การสร้างสรรสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้

ปัจจุบันองค์กรและสถาบันการศึกษาต่างมุ่งสร้างคนรุ่นใหม่ซึ่งมีความสามารถในการวิเคราะห์ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีแต่อย่างไรก็ดีควรจะต้องไม่ละทิ้งความสำคัญของการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการคิดเชื่อมโยงสิ่งต่างๆเข้าด้วยกันซึ่งทักษะในการเชื่อมโยงนั้นจะยิ่งมีความสำคัญขึ้นอีกในอนาคตที่นอกเหนือจากจะเป็นพื้นฐานของนวัตกรรมแล้วความสามารถในการคิดและเชื่อมโยงสิ่งต่างๆยังเป็นสิ่งที่สมองกล AI หรือหุ่นยนต์ยากที่จะลอกเลียนแบบคนได้ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดคือคนพันธุ์ใหม่ที่มีความสามารถทั้งการคิดวิเคราะห์และเชื่อมโยงอยู่ในคนๆเดียว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s