เครื่องมือทางการจัดการชนิดใดที่เป็นที่นิยมใช้มากที่สุดในโลก? ตอนที่ 2

23 January 2002

            ในสัปดาห์ที่แล้วผมได้นำเสนอถึงเครื่องมือทางการจัดการต่างๆ ที่นิยมใช้กันมากที่สุด 25ประการ ซึ่งเป็นผลจากการสำรวจผู้บริหารในทวีปต่างๆ ของบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการชื่อ Bain and Company โดยในการสำรวจครั้งล่าสุดนั้นทางBain ได้สอบถามไปยังผู้บริหารขององค์กรต่างๆ เกือบ 500คนทั่วโลก ซึ่งผลที่ได้จากแบบสอบถามนั้นมีประเด็นที่น่าสนใจในหลายๆ ด้าน ได้แก่

  • ร้อยละ 73 ของผู้บริหารเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างมากที่ผู้บริหารจะต้องคอยศึกษาและติดตามเครื่องมือและหลักการทางด้านการจัดการใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • ร้อยละ 90 เห็นว่าการนำเครื่องมือทางการจัดการใหม่ๆ มาใช้จะต้องอาศัยการชี้นำและการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง
  • ร้อยละ 77 เห็นว่าเครื่องมือทางการจัดการใหม่ๆ มีลักษณะของการสัญญาต่อผลลัพธ์หรือความสำเร็จที่เกินความเป็นจริง
  • ร้อยละ 74 เห็นว่าเมื่อเจอเครื่องมือทางการจัดการที่ดีแล้ว ก็จะมีแนวโน้มที่จะใช้เครื่องมือเหล่านั้นอยู่ตลอดเวลา

ในการสำรวจยังพบว่าเครื่องมือที่มีการใช้มากที่สุดและได้รับความพอใจมากที่สุดจะเป็นเครื่องมือที่มุ่งเน้นหลักการและแนวคิดพื้นฐานทั่วๆ ไปทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น การลดต้นทุน การเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้า หรือ การดำเนินงานในภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่อัตราการใช้เครื่องมือทางการจัดการมีอัตราเท่าเดิม และพบว่าในองค์กรขนาดเล็กจะมีการใช้เครื่องมือน้อยกว่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยอัตราการใช้เครื่องมือทางการจัดการจะใกล้เคียงกันหมดในทุกทวีปไม่ว่าจะเป็น อเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ ยุโรป และเอเซีย สำหรับเครื่องมือทางการจัดการที่ผู้บริหารนิยมใช้มากที่สุด5 อันดับแรก ได้แก่ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ (ร้อยละ 76) การกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจ (ร้อยละ 70)  การทำ Benchmarking(ร้อยละ 69) การทำ Outsourcing (ร้อยละ 63) และ การวัดความพึงพอใจของลูกค้า (ร้อยละ60) ท่านผู้อ่านคงจะเห็นเหมือนผมนะครับว่าถ้ามีการสำรวจเช่นนี้ในประเทศไทยผลลัพธ์ในประเด็นของเครื่องมือที่ใช้กันมากที่สุดคงจะไม่มีความแตกต่างจากผลการสำรวจของBain มากนัก ทั้งนี้องค์กรเกือบทุกแห่งในประเทศไทยก็จะมีทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการกำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจ

จากผลการสำรวจนี้ยังพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างชัดเจนระหว่างจำนวนเครื่องมือทางการจัดการที่ใช้ และความพอใจต่อผลประกอบการด้านการเงินขององค์กร แสดงว่าเครื่องมือทางการจัดการเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบที่ชัดเจนต่อผลประกอบการด้านการเงินขององค์กร สำหรับวงจรชีวิตของเครื่องมือทางการจัดการเหล่านี้ เครื่องมือหลายๆ ประการมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจเหมือนกัน โดยทาง Bain ได้เปรียบเทียบอัตราการใช้งานในปีแรกสุดที่ได้มีการสำรวจกับผลปัจจุบัน พบว่ามีเครื่องมือทางการจัดการหลายประการที่มีอัตราการใช้งานที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น Total Quality Management (TQM) ในปี 1993 มีอัตราการใช้ร้อยละ 72 ในปีล่าสุดมีอัตราการใช้ร้อยละ41  Reengineeringหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “การรื้อปรับระบบ”ในปี 1993 มีอัตราการใช้ร้อยละ 67 แต่ในปัจจุบันมีอัตราการใช้เหลือร้อยละ 38 เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเครื่องมือทางการจัดการก็ย่อมมีการเสื่อมความนิยมได้เช่นกัน

นอกเหนือจากการสำรวจอัตราการใช้งานแล้วการสำรวจในครั้งนี้ยังได้สำรวจอัตราความพอใจ(Satisfaction Rate) ของเครื่องมือทางการจัดการ โดยระดับของความพอใจในการใช้เครื่องมือนั้นเกิดขึ้นจากเครื่องมือนั้นสามารถตอบสนองต่อความต้องการขององค์กรได้หรือไม่ โดยเครื่องมือที่มีระดับของความพอใจมากที่สุดประกอบด้วย Pay-for-Performance, Strategic Planning, Customer Segmentation, Cycle Time Reduction, Real Options Analysis, Balanced Scorecard

ประเด็นที่น่าสนใจประการหนึ่งของการสำรวจในครั้งนี้ได้แก่การสอบถามผู้บริหารถึงความสำคัญหรือผลกระทบของเครื่องมือทางการจัดการที่มีต่อปัจจัย5 ประการที่มีความสำคัญต่อผลการดำเนินงานขององค์กร ได้แก่

  1. ผลประกอบการด้านการเงิน ซึ่งครอบคลุมถึง กำไร เงินสด และราคาหุ้น ซึ่งปรากฏว่าทางการจัดการที่มีความสำคัญหรือผลกระทบมากที่สุด ประกอบด้วย Pay-for-Performance, Shareholder Value Analysis, Cycle-time Reduction, Strategic Planning
  2. Customer Equity ซึ่งพิจารณาจากถึง ส่วนแบ่งตลาด ความภักดีของลูกค้า และ มูลค่าของลูกค้า พบว่าเครื่องมือทางการจัดการที่ส่งผลกระทบประกอบด้วย Customer Satisfaction Measurement, Customer Relationships Management, TQM, Customer Segmentation, One-to-One Marketing, Strategic Planning
  3. ความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ซึ่งรวมถึง ข้อจำกัดในการเข้ามาของคู่แข่งขันใหม่ๆ ความสามารถในการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น การเป็นผู้นำด้านการตลาด ซึ่งเครื่องมือที่ส่งผลกระทบที่สำคัญได้แก่ Strategic Planning, Total Quality Management, Strategic Alliances, Customer Segmentation
  4. การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ซึ่งหมายถึง การเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร การพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ การพัฒนาทักษะและขวัญกำลังใจของพนักงาน ซึ่งมีเครื่องมือเพียงสองประการเท่านั้นที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัยนี้อย่างชัดเจน ได้แก่ Strategic Planning และ Cycle Time Reduction
  5. ความเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร ซึ่งหมายถึง การทำงานที่สอดคล้องและมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน การทำงานร่วมกันเป็นทีม และ การตัดสินใจร่วมกันที่รวดเร็วขึ้น เครื่องมือที่สำคัญประกอบด้วย Strategic Planning, Total Quality Management, Vision and Mission Statement, Balanced Scorecard

จากความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องมือทางการจัดการและปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานขององค์กรจะพบว่าเครื่องมือทางการจัดการแต่ละประการจะมีความโดดเด่นและเหมาะสมต่อสภาวะและการใช้งานที่แตกต่างกัน จะมีเพียงการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) เท่านั้นที่ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสารพัดประโยชน์สำหรับทุกความต้องการ

จากผลการศึกษาของบริษัทBain and Company เกี่ยวกับเครื่องมือทางการจัดการในครั้งนี้คงจะพอได้ข้อสรุปที่สำคัญสำหรับการใช้เครื่องมือทางการจัดการต่างๆ ได้ดังนี้

  1. ศึกษาเครื่องมือต่างๆ เหล่านี้ให้ถ่องแท้ก่อนที่จะเริ่มใช้งาน เนื่องจากเครื่องมือแต่ละประเภทจะมีข้อดี และข้อเสีย รวมทั้งความเหมาะสมในการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนั้นท่านผู้อ่านที่คิดจะใช้เครื่องมือเหล่านี้ควรที่จะศึกษาเครื่องมือต่างๆ ให้เข้าใจเสียก่อนทั้งจากหนังสือ บทความ หรือ ผู้รู้ทั้งหลาย พร้อมทั้งสามารถเลือกใช้เครื่องมือให้มีความเหมาะสมต่อสถานการณ์หรือความต้องการที่สอดคล้องกับลักษณะของเครื่องมือ
  2. ผู้บริหารภายในองค์กรเองควรจะเป็นผู้ที่สนับสนุนและผลักดันการใช้เครื่องมือทางการจัดการต่างๆ เหล่านี้ ไม่ใช่อาศัยนักวิชาการหรือที่ปรึกษาข้างนอกเพียงอย่างเดียว เนื่องจากเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ที่ปรึกษาเหล่านี้ก็ย่อมจากไป แต่ผู้บริหารเองจะต้องเป็นผู้ที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้
  3. ปรับปรุงและดัดแปลงเครืองมือทางการจัดการให้สอดคล้องและเหมาะสมต่อองค์กร ไม่ใช้ปรับองค์กรให้สอดคล้องและเหมาะสมกับเครื่องมือ

ข้อสังเกตประการหนึ่งคือเครื่องมือทางการจัดการต่างๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเครื่องมือที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะที่เกื้อหนุนและสอดคล้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องมือที่เป็นเครื่องมือพื้นฐานและได้รับความนิยมในการใช้ ผู้บริหารไม่จำเป็นจะต้องเลือกใช้เพียงเครื่องมือใดเครื่องมือหนึ่งจากทั้ง 25 เครื่องมือ สามารถที่จะเลือกใช้เครื่องมือได้หลายๆ เครื่องมือ ก่อนจากกันในฉบับนี้ผมขอฝากการบ้านให้ท่านผู้อ่านลองไปผูกเครื่องมือทางการจัดการเหล่านี้เข้าด้วยกันดูซิครับเผื่อจะได้เป็นเครื่องมือทางการจัดการใหม่ๆ ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยก็ได้:Strategic Planning – Vision and Mission Statement – Customer Segmentation – Shareholder Value Analysis – Balanced Scorecard – Benchmarking – Pay-for-Performance – Customer Satisfaction Measurement – Customer Relationships Management

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s