Reskill และ Retrain ใครรับผิดชอบ?

3 March 2018

เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าการทำงานในอนาคตข้างหน้า (อันใกล้) จะไม่เหมือนในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจาก Disruption ต่างๆ สิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนไปจากในอดีต ในอดีตเมื่อคนเข้าสู่ตลาดแรงงานก็มักจะทำงานอาชีพหนึ่งไปเรื่อยๆ ยาวๆ จนเกษียณ (ทำงานในสาขาอาชีพเดิมไปเรื่อยๆ แต่อาจจะมีการเปลี่ยนบริษัทไปบ้าง) แต่จากการสำรวจในอเมริกานั้นคนรุ่นใหม่จะทำงานอยู่ในอาชีพหนึ่งโดยเฉลี่ยเพียงแค่สี่ปี จากนั้นก็จะเปลี่ยนสาขาอาชีพที่ทำไปเรื่อย ยิ่งกว่านั้นร้อยละ 35 ของทักษะที่จำเป็นในการทำงานนั้นก็จะเปลี่ยนไปจากปัจจุบันภายในปี 2020

การเปลี่ยนแปลงของลักษณะการทำงานและทักษะที่ต้องใช้ในการทำงานทำให้เกิดความจำเป็นที่บุคลากรจะต้องได้รับการฝึกฝนและพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆตลอดเวลาคำว่า Reskilling และ Retraining กลายเป็นอีกคำที่ติดโผสิ่งที่ผู้บริหารหลายๆบริษัทให้ความใจกันมากขึ้นจากการสำรวจของ McKinsey ในต่างประเทศและจากที่ได้พูดคุยกับผู้บริหารในประเทศไทยผลออกมาเหมือนกันว่าผู้บริหารองค์กรต่างๆล้วนแต่เห็นความสำคัญและจำเป็นในการ Reskilling และ Retraining พนักงานของบริษัทให้สามารถเตรียมพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ดีก็ยังมีอีกแนวคิดหนึ่งว่าระหว่างการ Reskill & Retrain พนักงานปัจจุบันให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงกับการจ้างพนักงานรุ่นใหม่ที่มีทักษะใหม่ๆสำหรับการทำงานในอนาคตแบบไหนจะคุ้มกว่ากัน? (ขึ้นอยู่กับนโยบายการดูแลพนักงานเดิมขององค์กรด้วย) นอกจากนี้ถึงแม้ผู้บริหารจะเห็นความสำคัญแต่ก็ยังมีประเด็นว่าองค์กรได้มีการเตรียมพร้อมเพียงใดสำหรับเรื่องนี้การฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากรที่จัดขึ้นในปัจจุบันเป็นการปิดช่องว่างทางความรู้และทักษะสำหรับงานปัจจุบันหรือเป็นการเตรียมพร้อมพนักงานสำหรับงานที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต?

ซึ่งก็นำไปสู่ปัญหาต่อมาว่าแล้วจริงๆ “งานและทักษะสำหรับอนาคต” นั้นคืออะไรกันแน่? เนื่องจากเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นดังนั้นย่อมไม่ง่ายที่ผู้บริหารจะมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลักษณะของการทำงานในอนาคตจะเป็นรูปแบบใดทักษะอะไรบ้างที่จำเป็นและสำคัญสำหรับการอนาคตและจะต้องพัฒนาบุคลากรอย่างไรให้พร้อมสำหรับงานในอนาคต? ถึงแม้ผู้บริหารจะทราบว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาส่งผลกระทบต่อการทำงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่จะเข้ามาส่งผลอย่างไรและจะต้องเตรียมพร้อมพนักงานอย่างไร?

มองในมุมของคนทำงานบ้างถ้าท่านผู้อ่านทำงานในองค์กรที่มีการพัฒนาบุคลากรสำหรับการทำงานในอนาคตก็ต้องถือว่าท่านโชคดีแต่ถ้าท่านทำงานในองค์กรที่ผู้บริหารอาจจะเห็นความสำคัญของเรื่องนี้แต่ยังไม่ทำอะไรขึ้นมาเป็นรูปธรรมก็อาจจะถึงเวลาที่บุคลากรจะต้องช่วยเหลือและดูแลตัวเองบุคลากรอาจจะไม่สามารถฝากความหวังในการพัฒนาตัวตนเองไว้กับการได้รับการพัฒนาจากองค์กรได้เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป 

สิ่งที่คนทำงานทุกคนควรจะถามตนเองก่อนก็คือ “ทักษะความรู้ที่มีอยู่ยังเป็นที่ต้องการอีกหรือไม่?” ตามด้วย “ทักษะที่มีอยู่นั้นก่อให้เกิดคุณค่าหรือความแตกต่างใดหรือไม่?” และ “อะไรคือทักษะที่ควรจะต้องพัฒนาเพื่อเพิ่มโอกาสสำหรับตนเองต่อไปในอนาคต?” แต่ข้อที่น่ากังวลคือบุคลากรอาจจะไม่รู้ว่าด้วยซ้ำไปว่าอะไรคือทักษะหรือความรู้ที่ตนเองมีอยู่ในปัจจุบัน?

ถ้าสามารถตอบคำถามต่างๆข้างต้นได้จะช่วยให้ทราบว่าจะต้องพัฒนาตนเองต่อไปในเรื่องอะไรซึ่งปัจจุบันมีช่องทางและสื่อในการพัฒนาตนเองได้หลากหลายรูปแบบมากสำคัญคือจะต้องเห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาตนเองโดยอย่าหวังพึ่งการได้รับการพัฒนาจากองค์กรที่ทำงานอยู่เสมอไปในฐานะคนทำงานคนหนึ่งทุกคนต้องเตรียมพร้อมต่อลักษณะและทักษะการทำงานที่จะเปลี่ยนไปในอนาคตด้วย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s