เมื่อหุ่นยนต์เข้ามาทดแทนผู้บริหาร

27 January 2018

เรื่องของการที่หุ่นยนต์ หรือ ปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาทดแทนคนในที่ทำงานในอนาคตอันใกล้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ดีอีกมุมมองหนึ่งที่เกี่ยวกับหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่น่าสนใจก็คือ นอกเหนือจากการที่หุ่นยนต์จะเข้ามาทดแทนพนักงานระดับปฏิบัติงานทั่วๆ ไปแล้ว หุ่นยนต์จะสามารถเข้ามาทดแทนและเป็นผู้บริหารภายในองค์กรได้หรือไม่? ลองนึกภาพดูว่าถ้าหุ่นยนต์หรือปัญญาประดิษฐ์ทั้งหลายสามารถทำงานแทนคนได้ในระดับหนึ่ง แล้วทำไมเทคโนโลยีเหล่านี้ถึงไม่สามารถทำหน้าที่แทนผู้บริหารได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตที่เราคิดกันเสมอว่า องค์กรจ้างผู้บริหารมาเพื่อตัดสินใจ แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อหุ่นยนต์สามารถตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายมหาศาลได้ดีกว่าคน แถมไม่มีความลำเอียงในการตัดสินใจเหมือนคนอีกด้วย

จริงๆในต่างประเทศได้มีการเคลื่อนไหวในเรื่องนี้มาบ้างแล้วบริษัทชั้นนำหลายแห่งเริ่มนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการตัดสินใจในงานบางอย่างแทนผู้บริหารอาทิเช่นการใช้ AI มาจับคู่ระหว่างบุคลากรกับงานเมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามาทำงานที่บริษัทและแทนที่เจ้านายจะเป็นผู้มอบหมายงานที่ (เจ้านาย) คิดว่าเหมาะสมให้แต่กลับใช้เทคโนโลยีที่สามารถตรวจสอบประวัติของบุคลากรที่รับเข้าใหม่และตรวจสอบงานๆต่างๆที่มีอยู่จากนั้นจับคู่ระหว่างบุคลากรกับงานที่เหมาะสม

นอกจากการมอบหมายงานแล้วเทคโนโลยียังสามารถเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้บริหารในการจัดสรรทรัพยากรภายในองค์กรเช่นการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆลองนึกดูว่าถ้าในอนาคตเมื่อถึงฤดูของงบประมาณแทนที่จะให้หน่วยงานต่างๆเป็นผู้วิเคราะห์และเสนองบประมาณประจำปีเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงเพื่อพิจารณาจัดสรรแต่ถ้ามีข้อมูลที่ครอบคลุมทั้งอดีต (ผลการปฏิบัติงานการใช้งบประมาณ) ข้อมูลในอนาคต (แผนงานในปีต่อไปรวมทั้งปัจจัยภายนอกต่างๆ) เทคโนโลยีย่อมสามารถที่จะนำข้อมูลต่างๆมาประมวลและวิเคราะห์เพื่อจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมโดยไม่มีปัจจัยด้านความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้อง

แม้กระทั่งบทบาทของผู้บริหารระดับสูงในด้านการเงินอาจจะต้องเปลี่ยนไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการบริหารเงินและสภาพคล่องภายในองค์กรแทนที่ผู้บริหารด้านการเงินจะต้องทำหน้าที่ในการบริหารเงินขององค์กรเพื่อให้เกิดผลตอบแทนสูงสุดเทคโนโลยีก็สามารถเข้ามาช่วยบริหารเงินและกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่เผลอๆอาจจะดีกว่าให้ผู้บริหารเป็นผู้ลงทุนเองปัจจุบันในสหรัฐอเมริกาเริ่มมีคำศัพท์ใหม่คือ assets under automated management ขึ้นมาคู่กับ assets under management (AUM) แบบเดิมๆแล้ว

ล่าสุดเริ่มมีพัฒนาการเพิ่มเติมอีกว่าหน้าที่ในการคิดและตัดสินใจทางด้านกลยุทธ์นั้นเผลอๆเทคโนโลยี (โดยเฉพาะด้าน AI) อาจจะทำได้ดีกว่าผู้บริหารที่เป็นคนเป็นๆเนื่องจากในปัจจุบันองค์กรมีข้อมูลต่างๆมากมายทั้งทางด้านการเงินและไม่ใช่ทางการเงินและจากข้อมูลที่มีอยู่อย่างมากมายนั้นเทคโนโลยีสามารถที่จะวิเคราะห์และหาความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลต่างๆเพื่อหาทางเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมสอดคล้องภายใต้หลักธรรมาภิบาลและมีความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสม

ในเชิงเทคโนโลยีและจากปริมาณข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันการที่เทคโนโลยีจะเข้ามาทดแทนหน้าที่บางประการของผู้บริหารไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมอบหมายงานการจัดสรรและบริหารทรัพยากร (งบประมาณและการเงิน) หรือการคิดแผนกลยุทธ์ที่เหมาะสมไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้และเป็นไปแล้วแถมการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในหน้าที่งานต่างๆของผู้บริหารยังช่วยตัดปัญหาในด้านของความลำเอียงส่วนบุคคลและความผิดพลาดจากบุคคล (human-error) ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ดีสิ่งที่อาจจะต้องชวนคิดคือแล้วจริงๆเทคโนโลยีจะสามารถเข้ามาทำงานทดแทนผู้บริหารในหน้าที่ต่างๆได้จริงหรือไม่? ตัวอย่างเช่นในด้านกลยุทธ์นั้นกลยุทธ์ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยีที่วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลต่างๆที่มีนั้นจะสามารถสู้กลยุทธ์ที่เกิดขึ้นจากมุมมองความคิดสร้างสรรค์และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูงได้หรือไม่? เรื่องเหล่านี้ยังเป็นเรื่องใหม่แต่เป็นเรื่องใหม่ที่กำลังมาอย่างรวดเร็วและน่าจับตามองต่อไป

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s