วงจรของความล้มเหลว

18 February 2018

มีโอกาสค้นเจอหนังสือเก่าที่ซื้อไว้เมื่อเกือบสิบปีที่แล้วชื่อ How the mighty fall เขียนโดย Jim Collins ที่การศึกษาวิจัยบริษัทต่างๆ ในสหรัฐทั้งที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลว และพบว่าบริษัทจำนวนมากที่เคยประสบความสำเร็จมาก่อนแล้วภายหลังล้มเหลวนั้นมักจะผ่านเข้าสู่วงจรต่างๆ 5 ขั้นตอน ซึ่งยังเป็นข้อคิดที่ทันสมัยและเป็นประโยชน์ในปัจจุบัน รวมทั้งถ้าพิจารณาดีๆ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากวงจรความล้มเหลวนี้ยังสามารถนำมาปรับใช้กับคนได้เช่นเดียวกัน ว่าทำไมผู้นำของประเทศและโลกจำนวนมากที่เคยยิ่งใหญ่มาก่อน สุดท้ายก็ต้องล้มเหลวในบั้นปลายเหมือนกับบริษัท

ขั้นที่ 1 เป็นขั้นของความสำเร็จเป็นพื้นฐานของความล้มเหลวเนื่องจากพอองค์กรประสบความสำเร็จก็มักที่จะนำไปสู่ความหลงตัวความหลงผิดความกร่างของตัวผู้นำองค์กรอีกทั้งผู้นำยังเชื่อว่าความสำเร็จนั้นจะเป็นไปอย่างต่อเนื่องทำให้ละเลยต่อสัญญาณของภัยคุกคามต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตอีกทั้งละเลยต่อการที่จะคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆให้องค์กรก้าวหน้าขึ้นไปอีกนอกจากนี้ผู้นำและองค์กรยังหยุดหรือชะลอที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่ประสบความสำเร็จเรียกได้ว่าในขั้นที่ 1 นี้ตัวผู้นำและองค์กรเริ่มติดอยู่ในกับดักของความสำเร็จ

ขั้นที่ 2 เป็นขั้นของการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและนำไปสู่การโตเกินตัวเนื่องจากเมื่อประสบความสำเร็จองค์กรก็มักจะแสวงหาการเติบโตต่อไปเรื่อยๆและมักเข้าใจผิดว่าการที่จะเป็นสุดยอดองค์กรได้นั้นจะต้องมีขนาดที่ใหญ่ดังนั้นความพยายามในการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและเติบโตอย่างขาดวินัยจึงมักจะนำไปสู่ปัญหาทั้งในเรื่องของการสร้างความคาดหวังที่เกินจริงให้กับผู้ถือหุ้นผู้บริหารในระดับต่างๆที่ไม่เพียงพอและไม่พร้อมการขาดระบบในการทำงานที่รองรับหรือวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เกื้อหนุนนอกจากนี้ปัญหาใหญ่ที่มักจะพบในขั้นนี้คือบรรดาผู้บริหารทั้งหลายจะเริ่มมองที่ตนเองมากกว่าที่องค์กรไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลตอบแทนชื่อเสียงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

ขั้นที่ 3 เป็นขั้นที่มองไม่เห็นและไม่ยอมรับต่อปัญหาและความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นขั้นนี้ผู้บริหารหลายๆองค์กรมักจะตัดสินใจโดยขาดข้อมูลสนับสนุนเนื่องจากมีความเชื่อมั่นในความสำเร็จของตนเองและเมื่อมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตผู้บริหารก็มักจะพยายามมองแต่ในด้านบวกโดยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับตัวปัญหาหรือความเสี่ยงนอกจากนี้ในการประชุมส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นไปในลักษณะของการเห็นพ้องต้องกันหรือมีผู้นำกึ่งเผด็จการที่นำการประชุมทำให้การประชุมขาดการถกเถียงโต้แย้งที่ทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลายอีกทั้งถ้ามีความผิดพลาดใดเกิดขึ้นก็มักจะโทษต่อปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้

ขั้นที่ 4 เป็นขั้นที่องค์กรเริ่มประสบกับปัญหาในการดำเนินงานแต่ยังไม่ถึงขั้นล้มดังนั้นองค์กรก็พยายามหาทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการหาผู้นำสูงสุดคนใหม่การปรับเปลี่ยนโครงสร้างอยู่ตลอดเวลาการพยายามหาเทคนิคหรือเครื่องมือทางการจัดการใหม่ๆเข้ามาใช้การเน้นเรื่องการเปลี่ยนแปลงและสิ่งใหม่ๆไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ใหม่ค่านิยมใหม่ซอฟแวร์ใหม่ฯลฯในขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่องค์กรพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดซึ่งความพยายามต่างๆนั้นแทนที่จะช่วยเหลือกลับทำให้บุคลากรสับสนขาดความเชื่อถือในตัวผู้บริหารและองค์กรมากข้ึน

ขั้นที่ 5 เป็นขั้นสุดท้ายที่องค์กรประสบกับความล้มเหลว

อย่างไรก็ดีใช่ว่าทุกองค์กรจะต้องเข้าสู่วงจรของความล้มเหลวทั้ง 5 ขั้นนี้หรือว่าเมื่อองค์กรเข้าสู่ขั้นใดขั้นหนึ่งแล้วจะต้องเดินไปตามทั้ง 5 ขั้นจนนำไปสู่ความล้มเหลวมีตัวอย่างขององค์กรจำนวนมากที่สามารถทั้งประสบความสำเร็จและยั่งยืนได้รวมทั้งตัวอย่างองค์กรที่เริ่มประสบปัญหาแต่สุดท้ายก็สามารถพลิกฟื้นตนเองได้ทั้ง 5 ขั้นตอนที่นำเสนอนั้นเพียงแต่ต้องการให้เกิดความตระหนักและระมัดระวังไม่นำพาตนเองหรือองค์กรตนเองเข้าสู่วงจรนี้เท่านั้น

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s