ผู้นำกับความฉลาดทางอารมณ์

4 February 2018

นักวิชาการได้ศึกษาคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำที่ประสบความสำเร็จโดยปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ คือ ความฉลาดทางอารมณ์ ผู้นำบางท่านอาจจะมีสติปัญญา ความสามารถในการทำงาน ความสามารถในการบริหารที่ดี แต่ถ้าขาดความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence หรือ EI) ผู้นำดังกล่าวก็ไม่สามารถที่จะนำพาองค์กรได้อย่างเต็มตามศักยภาพที่มี มีงานวิจัยที่ระบุเลยว่าสำหรับผู้บริหารระดับสูงที่ประสบความสำเร็จมากกว่าผู้อื่นนั้นเมื่อศึกษาถึงสาเหตุสำคัญลึกๆ แล้ว ร้อยละ 90 พบว่ามาจากความฉลาดทางอารมณ์มากกว่าความฉลาดทางสติปัญญา 

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าเราได้ยินเรื่องของความฉลาดทางอารมณ์มานานพอสมควรแต่จริงๆแล้วคืออะไร? John Mayer ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกเรื่อง EI ได้ระบุไว้ว่า EI เป็นความสามารถในการรับรู้และเข้าใจถึงอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่นเข้าใจถึงสัญญาณต่างๆที่อารมณ์เหล่านั้นส่งออกมาและความสามารถในการบริหารดูแลอารมณ์ของตนเองและผู้อื่น 

คำถามต่อมาคือจะพัฒนาหรือเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ได้อย่างไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นผู้ใหญ่หรือผู้นำ

เริ่มแรกสุดคือการที่เราจะต้องรู้จักตนเองหรือ Self-Awareness ซึ่งหมายถึงความเข้าใจในอารมณ์จุดแข็งจุดอ่อนความต้องการความปราถนาของตนเองผู้ที่เข้าใจและรู้จักตนเองอย่างดีพอจะมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและต่อผู้อื่นตัวอย่างง่ายๆของการรู้จักตนเองก็คือบุคคลผู้นั้นมีอารมณ์ขันเพียงพอที่จะล้อเลียนตนเองหรือไม่? เช่นล้อเลียนในความขี้ลืมของตนเองหรือยอมรับและล้อเลียนในความอ้วนของตนเองเป็นต้น

การที่เราจะรู้จักตนเองได้ดีขึ้นนั้นต้องอาศัยผู้อื่นช่วยเนื่องจากเป็นการยากที่ตัวเองจะมองเห็นเข้าใจและวิเคราะห์ตัวเองได้อย่างถูกต้อง (โดยไม่มีอคติลำเอียง) การได้รับ feedback หรือความคิดเห็นจากผู้อื่นจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการที่จะทำให้เรารู้จักตนเองได้ดีขึ้นและยิ่งถ้าได้รับ feedback จากคนมากกว่า 1 คนก็ยิ่งจะทำให้เห็นตนเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

เมื่อรู้จักตนเองดีแล้วก็ต้องรู้จักที่จะควบคุมตนเองเนื่องจากหลายคนในสังคมยอมรับว่าตนเองเป็นคนเจ้าปัญหาชอบสร้างปัญหาให้กับผู้อื่นและองค์กรแต่ก็ยังคงสร้างปัญหาต่อไปเรื่อยๆเพราะคนเหล่านี้ขาดความสามารถที่จะควบคุมตนเอง (Self-Regulation)

ได้มีโอกาสพบเจอผู้บริหารบางท่านที่เป็นคนฉลาดทำงานเก่งรู้จักตนเองดีแต่ขาดความสามารถในการควบคุมตนเองดังนั้นหลายๆครั้งเมื่อมีอารมณ์หรือความรู้สึกใดเกิดขึ้นก็ไม่สามารถที่จะห้ามตนเองไม่ให้แสดงออกมาได้ทั้งๆที่อาจจะไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะ (และมักจะให้ข้ออ้างกับตัวเองว่าเป็นคนพูดตรงๆปากตรงกับใจแต่จริงๆแล้วคือความฉลาดทางอารมณ์ยังต้องได้รับการพัฒนาอีกเยอะ)

องค์ประกอบถัดมาของความฉลาดทางอารมณ์คือเรื่องของแรงจูงใจแต่แรงจูงใจในทีนี้ไม่ใช่แรงจูงใจที่มาจากปัจจัยภายนอกต่างๆเช่นการเลื่อนตำแหน่งเงินเดือนสถานะหรือสิ่งของต่างๆแต่ผู้ที่มี EI สูงมักจะมีแรงจูงใจมาจากภายในที่ต้องการที่จะบรรลุหรือทำบางสิ่งให้สำเร็จโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เป็นผู้นำแล้วแรงจูงใจสำหรับผู้นำที่มี EI สูงนั้นคือเพื่อความสำเร็จบางอย่างที่ต้องการบรรลุไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จขององค์กรหรือเพื่อให้ประเทศและสังคมดีขึ้น

องค์ประกอบสุดท้ายของ EI คือการเข้าใจในอารมณ์​ความรู้สึกของผู้อื่นและความสามารถในการปฏิบัติต่อผู้อื่นตามอารมณ์หรือความรู้สึกของบุคคลผู้นั้นซึ่งคำภาษาอังกฤษที่เรียกกันคือ Empathy อย่างไรก็ดีความเข้าใจในผู้อื่นนั้นก็ต้องมีจุดสมดุลเพราะถ้ามากเกินไปตนเองก็จะเดือดร้อนหรือเกินสิ่งที่ตนเองจะควบคุมได้ขณะเดียวกันถ้าน้อยเกินไปก็เหมือนคนที่เย็นชาและไม่สนใจผู้อื่น

ลองมองไปที่ผู้นำรอบๆตัวแล้วในอีกมุมมองที่เราจะตัดสินผู้นำนั้นนอกเหนือจากความรู้ความสามารถในการทำงานและความฉลาดทางสติปัญญาแล้วลองพิจารณาท่านเหล่านั้นจากมุมมองของความฉลาดทางอารมณ์บ้างก็นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s