ทำอย่างไรให้ผลงานดี?

18 March 2018

ท่านผู้อ่านเคยสังเกตไหมครับว่า ทำไมบางคนถึงสามารถทำงานหรือทำกิจกรรมบางอย่างได้ผลงานที่ออกมาดีกว่าผู้อื่น ทั้งๆ ที่อาจจะใช้เวลาหรือความเครียดในการทำงานน้อยกว่า? มีหลายทฤษฎีท่ีพยายามอธิบายถึงปรากฎการณ์ดังกล่าว ทั้งมาจากพรสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หรือ จากความพยายามในการฝึกฝน หรือ ทั้งมาจากความสามารถในการ Work smart ฯลฯ

ล่าสุด Morten Hansen ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัย California Berkeley ได้ทำวิจัยโดยศึกษาพฤติกรรมของคนมากกว่า 5,000 คนเพื่อหาว่าคนที่ทำงานเก่งมีผลการทำงานที่ดีนั้นมีพฤติกรรมหรือวิธีการในการทำงานที่แตกต่างจากผู้อื่นอย่างไรสิ่งที่ Hansen พบนั้นนำไปสู่แนวปฏิบัติทั้งหมดอยู่ 7 ประการโดยแนวปฏิบัติที่สำคัญที่สุดที่ Hansen พบว่าส่งผลต่อผลงานที่ดีนั้นคือการเลือกทำสิ่งที่สำคัญและทุ่มเทกับสิ่งที่เลือกหรือที่เขาเรียกว่า Do less, then obsess

ซึ่งภายใต้ประโยคที่ว่า Do less, then obsess นั้นจะมีองค์ประกอบสองประการประการแรกคือการเลือกทำในสิ่งที่สำคัญและประการที่สองคือในสิ่งที่เลือกทำนั้นจะต้องทำแบบทุ่มเทและมุ่งมั่น

ปัญหาที่เผชิญในปัจจุบันคือความยากในการที่จะเลือกและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารเข้ามาผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆตลอดเวลายิ่งทำให้ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของคนยิ่งลดลง

สิ่งที่จะพบเห็นมากขึ้นคือความพยายามของคนในการทำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างพร้อมๆกันหรือที่เรียกกันว่า multi-tasking เนื่องจากคิดว่าทุกงานหรือทุกกิจกรรมเป็นสิ่งที่มีความสำคัญจำเป็นและเร่งด่วนทั้งสิ้นและมักจะมีความเข้าใจผิดๆกันว่าการทำงานหลายๆอย่างพร้อมๆกันแสดงถึงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพซึ่งมีงานวิจัยออกมาอย่างมากมายที่ระบุชัดเจนว่า multitasking นั้นไม่ได้ทำให้ผลงานออกมาดีขึ้น  เช่น การปรับสมองจากงานสิ่งหนึ่งไปสู่อีกสิ่งหนึ่งอยู่เรื่อยๆ จะทำให้ความสามารถในการทำงานของมนุษย์ลดลงถึง 40%

ภายใต้องค์ประกอบแรกจะต้องสามารถที่จะเลือกและจัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่จะทำและต้องเลือกทำในเฉพาะสิ่งที่มีความสำคัญหรือความจำเป็นเท่านั้นแต่ปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเลือกทำเฉพาะสิ่งที่สำคัญแต่ขาดองค์ประกอบที่สองคือความมุ่งเน้นหรือทุ่มเทในสิ่งที่เลือก (obsess)  ทำให้สุดท้ายผลงานที่ได้ก็จะไม่ได้ออกมาโดดเด่นอย่างที่หวัง เนื่องจากการเลือกทำแต่เฉพาะบางงาน แต่ขาดความทุ่มเทนั้น กลับจะทำให้ดูเหมือนทำงานน้อยลงด้วยซ้ำ และสุดท้ายผลงานก็ไม่ได้ออกมาอย่างโดดเด่น

งานวิจัยของ Hansen เขาจัดคนทำงานออกเป็นสี่กลุ่มและแต่ละกลุ่มสะท้อนตามผลงานที่เกิดขึ้นท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูว่าอยู่ภายใต้กลุ่มใด

กลุ่มแรกมีผลงานออกมาแย่ที่สุดคือผู้ที่เลือกทำหลายๆอย่าง (หรืออีกนัยคือไม่เลือกในสิ่งที่สำคัญ) และไม่ทุ่มเทในสิ่งที่ทำ 

กลุ่มที่สองมีผลงานแย่ลำดับรองลงมาคือพวกที่เลือกทำในสิ่งที่สำคัญและจำเป็นแต่พอเลือกแล้วกลับไม่ได้ทุ่มเทความพยายามในการทำสิ่งที่เลือก (เรียกว่ากลุ่ม Do less, no stress) 

กลุ่มที่สามเป็นกลุ่มที่ผลงานออกมาดีเป็นอันดับสองคือกลุ่มที่ไม่ได้เลือกทำในสิ่งที่สำคัญแต่เป็นคนที่รับที่จะทำในทุกๆอย่างแถมยังทุ่มเทในการทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบกลุ่มนี้ถึงแม้จะมีผลงานดีแต่ก็ตามมาด้วยความเครียดในการทำงาน (เรียกว่ากลุ่ม Do more, then stress) 

กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มที่ผลงานออกมาดีที่สุดเป็นกลุ่มที่เลือกทำในสิ่งที่มีความสำคัญไม่กี่อย่างและพยายามทุ่มเทในสิ่งที่ตนเองเลือกซึ่งนำไปสู่ผลงานที่ดีและไม่เครียดด้วย (Do less, then obsess)

ท่านผู้อ่านลองพิจารณาดูนะครับว่าท่านอยู่กลุ่มไหนและจะทำให้ผลการทำงานออกมาดีขึ้นได้อย่างไร?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s