7 กลยุทธ์รับมือ Disruption

22 May 2018

ยังขอวนเวียนอยู่กับเรื่องของ Disruption แต่จะมุ่งเน้นถึงกลยุทธ์ที่องค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรที่อยู่ในธุรกิจมาก่อนสามารถที่จะเลือกใช้ที่จะรับมือกับ Disruption ต่างๆ ที่กำลังมาถึง โดยเนื้อหานั้นผมเรียบเรียงจากหลักสูตรอบรม LDP ที่ได้ไปเข้าอบรม ที่จัดโดยสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยร่วมกับสถาบัน IMD

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วนำเสนอว่าองค์กรควรจะต้องมีคุณลักษณะอย่างไรเพื่อให้สามารถรับมือกับปรากฎการณ์ Disruption ที่กำลังเกิดในทุกๆธุรกิจสัปดาห์นี้มาดูในมุมของกลยุทธ์กันบ้างว่าแล้วบรรดาองค์กรดั้งเดิมที่อยู่ในธุรกิจจะมีทางเลือกทางกลยุทธ์ใดบ้างซึ่งทาง IMD ระบุไว้ว่าองค์กรมีทางเลือกทั้งหมด 7 ประการ

1) Block หรือการปิดกั้น  โดยเป็นความพยายามขององค์กรดั้งเดิมที่จะปิดกั้นและไม่ให้เกิดการ Disrupt ในอุตสาหกรรมของตนเอง ส่วนใหญ่จะพึ่งในเรื่องของกฎหมายต่างๆ เข้ามาช่วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา หรือ กฎ ระเบี่ยบของทางราชการต่างๆ ในการปิดกั้นไม่ให้คู่แข่งใหม่ๆ ที่จะ Disrupt เข้ามาในธุรกิจได้ ข้อดีของกลยุทธ์นี้คือไม่แพงและสามารถรักษาตลาดได้ แต่ข้อเสียคือทำได้แค่ในระยะสั้น จึงอาจจะเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะในการซื้อเวลาเพื่อเตรียมใช้กลยุทธ์อื่น

2) Harvest หรือการเก็บเกี่ยวเป็นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากธุรกิจเดิมให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะถูก Disrupt ไม่ว่าจะเป็นการทำให้มีอัตรากำไรสูงสุดให้ได้นานที่สุดหรือการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้สูงขึ้นในสายตาลูกค้าหรือแม้กระทั่งการลดต้นทุนและลดพนักงานเพื่อให้สามารถรักษากำไรไว้ให้ได้นานที่สุดอย่างไรก็ดีเช่นเดียวกับกลยุทธ์การปิดกั้นกลยุทธ์การเก็บเกี่ยวนั้นก็สามารถใช้ได้ในระยะสั้นเท่านั้นเอง

3) Invest หรือการลงทุนในส่ิงที่กำลังจะมา Disrupt เป็นการตัดสินใจเข้าลงทุนในสิ่งที่กำลังจะเข้ามา Disrupt ธุรกิจของตนเองไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านเทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคลการปรับเปลี่ยนกระบวนการลงทุนใน Startups ต่างๆหรือแม้กระทั่งเข้าไปซื้อบริษัทที่อาจจะมา Disrupt ตนเองเสียเลยข้อที่ควรระวังของกลยุทธ์ข้อนี้คือการลงทุนที่สูงและอาจจะได้รับผลตอบแทนกลับมาที่ไม่คุ้ม

4) Disrupt หรือการ disrupt ธุรกิจเดิมของตนเองเป็นกลยุทธ์การนำเสนอสินค้าบริการหรือรูปแบบธุรกิจใหม่ๆที่จะแข่งโดยตรงกับคู่แข่งใหม่ๆที่กำลังเข้ามาโดยมักจะเป็นการใช้ประโยชน์จากข้อได้เปรียบต่างๆที่องค์กรดั้งเดิมในธุรกิจมีเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ที่จะ disrupt ธุรกิจเดิมของตนเองข้อควรระวังสำหรับกลยุทธ์นี้คือการที่ธุรกิจใหม่จะเข้ามาแข่งกันเองกับธุรกิจเดิมที่ทำอยู่เรื่องที่สำคัญสำหรับการใช้กลยุทธ์นี้คือเรื่องของเวลาที่เหมาะสมที่จะไม่เร็วเกินไปเพื่อไม่ให้ไปกินธุรกิจเดิมที่ยังคงดีอยู่แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ช้าเกินไปจนสูญเสียธุรกิจให้กับคู่แข่งใหม่ๆ

5) Retreat หรือการถอยไปจับตลาดเฉพาะกลุ่มแทนที่จะมุ่งเน้นตลาดในกลุ่มกว้างก็หันมาจับตลาดที่เป็น Niche มากขึ้นเนื่องจากการถูก Disrupt นั้นมักจะเกิดกับตลาดหรือธุรกิจที่กว้างแต่ในส่วนที่เป็น Niche market นั้นยังคงมีช่องและโอกาสในการเติบโตและทำกำไรได้ 

6) Redefine หรือการเปลี่ยนธุรกิจหลักใหม่โดยการเข้าไปสร้างธุรกิจใหม่ด้วยรูปแบบใหม่ๆในธุรกิจที่ใกล้เคียงกับของเดิมเพื่อให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญเดิมที่มีอยู่กลยุทธ์นี้ถือเป็นการหลบเลี่ยงจากภัยคุกคามจากปัจจัยภายนอกที่มีต่อธุรกิจเดิมขององค์กร 

7) Exit หรือการเลิกกิจการซึ่งจะเหมาะสมกับธุรกิจที่ยังคงมีคุณค่าและราคาอยู่การขายหรือล้มเลิกกิจการก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีที่จะสร้างมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นอย่างไรก็ดีองค์กรส่วนใหญ่มักจะประสบปัญหาที่ใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจเลิกกิจการและทำให้สุดท้ายแล้วมูลค่าขององค์กรไม่เยอะเท่าที่ควร

กลยุทธ์ทั้ง 7 ประการข้างต้นควรและสามารถที่จะใช้ร่วมกันบริษัทที่ประสบความสำเร็จท่ามกลางกระแส Disruption จะใช้มากกว่า 1 กลยุทธ์ประกอบกันเสมอไปขอให้ท่านผู้อ่านโชคดีในการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมท่ามกลางกระแส Disruption นะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s