ฤาสาเหตุของปัญหาจะมาจากผู้นำ?

7 June 2018

ผมจะได้ยินผู้นำที่เป็นผู้บริหารระดับสูงของหลายๆ องค์กรชอบบ่นเกี่ยวกับปัญหาการบริหารงานภายในองค์กรของตนเองในหลากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นการที่ บุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน หรือ บุคลากรขาดความมุ่งมั่นและผูกพันกับองค์กร หรือ หน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กรทำงานกันเป็นแท่ง ขาดการเชื่อมโยง ประสานงาน หรือ ระบบการทำงานต่างๆ มีปัญหา ขาดความยืดหยุ่น หรือ กลยุทธ์ที่คิดไว้ไม่ได้รับการผลักดันจนเห็นผลลัพธ์ที่ต้องการ ฯลฯ และเมื่อบ่นเสร็จบรรดาท่านผู้นำบางท่านก็จะบอกต่อด้วยว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมาจากอะไร

อย่างไรก็ดีเมื่อได้รับฟังไปเรื่อยๆจากหลายๆผู้นำแล้วกลับพบว่าสาเหตุของปัญหาต่างๆที่บ่นนั้นมักจะมาจากผู้บริหารระดับรองบ้างหรือคุณภาพความสามารถของบุคลากรบ้างหรือระบบที่ไม่ดีบ้างหรือความไม่ร่วมมือร่วมใจของผู้บริหารและบุคลากรอื่นบ้างหรือจากบอร์ดที่คอยกำกับอีกทีบ้างหรือแม้กระทั่งจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้บ้างฯลฯสิ่งที่สังเกตพบคือบรรดาผู้นำช่างบ่นเหล่านั้นกลับไม่ค่อยมองหรือคิดเลยว่าตัวผู้นำเองจะเป็นสาเหตุของปัญหาต่างๆที่บ่นได้หรือไม่?

สิ่งหนึ่งที่ผู้นำมักจะลืมคิดไปคือเมื่อตนเองเป็นผู้นำนั้น (โดยเฉพาะผู้นำสูงสุดขององค์กรหรือหน่วยงาน) ความคิดคำพูดการแสดงออกของตนเองแม้เพียงน้อยนิดก็ส่งผลต่อมุมมองทัศนคติและพฤติกรรมของบุคคลอื่นๆในองค์กรเพราะในหนึ่งองค์กรหรือหน่วยงานจะมีผู้นำสูงสุดเพียงแค่คนเดียวทุกคนในองค์กรย่อมจะจับตามองต่อคำพูดวิธีคิดการแสดงออกและการกระทำของผู้นำดังกล่าวอย่างใกล้ชิดและนำสิ่งที่ผู้นำพูดแสดงออกไปตีความต่ออย่างอดไม่ได้ซึ่งอาจจะถูกต้องหรือไม่ถูกต้องก็ได้

ผู้นำที่บ่นว่าบุคลากรขาดขวัญและกำลังใจในการทำงานนั้นควรจะหันกลับมามองว่าจริงๆแล้วคำพูดกริยาหรือวิธีการบริหารของตนเองนั้นเป็นบ่อเกิดที่ทำให้คนขาดขวัญและกำลังใจในการทำงานหรือไม่? ผู้นำที่บ่นว่าหน่วยงานต่างๆทำงานกันเป็นแท่งโดยขาดการประสานงานร่วมกันนั้นก็ควรจะดูว่าระบบประเมินผลที่ตนเองใช้อยู่หรือการแสดงออกของตนเองนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้หน่วยงานต่างๆไม่ประสานกันหรือไม่? ผู้นำที่บ่นว่าคะแนน Engagement ออกมาต่ำนั้นควรพิจารณาดูว่าบุคลากรขาดความผูกพันกับองค์กรนั้นใช่เป็นเพราะตัวผู้นำหรือเปล่า?

มีบทความหนึ่งของบริษัท Gallup ที่ระบุว่าครึ่งหนึ่งของสาเหตุที่บุคลากรลาออกจากงานนั้นเพราะต้องการหลีกหนีจากผู้นำที่ไม่ดีในรายงานระบุว่าผู้นำหรือผู้บริหารที่ไม่ดีนั้นเปรียบเสมือนเป็นหมัดหนึ่งสองที่ชกใส่บุคลากรเลยทั้งทำให้บุคลากรรู้สึกแย่ในที่ทำงานและความรู้สึกที่ไม่ดีนั้นยังติดตามไปถึงที่บ้านประกอบกับความเครียดในการทำงานก็ย่อมส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของบุคลากรได้ในรายงานชิ้นเดียวกันยังระบุด้วยว่าผู้นำหรือผู้บริหารนั้นส่งผลต่อความแตกต่างในคะแนน Engagement ถึงอย่างน้อยร้อยละ 70 ดังนั้นถ้าอยากจะเพิ่มคะแนน Engagement ขององค์กรนั้นจึงทำได้ไม่ยากนั้นคือถ้าไม่เปลี่ยนผู้นำตัวผู้นำก็ต้องปรับปรุงสไตล์การบริหารของตน

อย่างไรก็ดีที่เขียนมาทั้งหมดนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้ง่ายเนื่องจากปัญหาสำคัญคือบุคคลที่เก่งและประสบความสำเร็จจนถึงระดับที่ขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดขององค์กรหรือหน่วยงานตนเองได้นั้นย่อมจะเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในตนเองที่สูงระดับหนึ่งโดยความมั่นใจเหล่านี้ได้รับการสะสมมาจากความสำเร็จที่ผ่านมาในอดีตและกลายเป็นม่านบังตาที่ทำให้มองไม่เห็นว่าตนเองอาจจะเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาต่างๆในองค์กรก็ได้และเมื่อไม่ยอมรับถึงปัญหาที่เกิดขึ้นการเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงก็ยากที่จะเกิด

ดังนั้นจึงไม่แปลกใจว่าทำไมในช่วงหลังงานวิจัยด้านภาวะผู้นำจึงมักระบุว่าผู้นำที่ดีจะต้องเป็นคนที่มีความถ่อมตัว (Humility) ด้วยเพราะไม่ใช่เพียงแค่กริยามารยาทที่ถ่อมตัวเท่านั้นแต่ต้องถ่อมตัวที่จะยอมรับในความผิดพลาดของตนเองและพร้อมที่จะปรับปรุงพัฒนาภาวะผู้นำของตนเอง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s